วันจันทร์ที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2558
วันเสาร์ที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2558
สะไภ้จ้าว 2
สองหนุ่มต่างฐานันดรจะวางมวยกลางไนต์คลับดัง วิรงรองกลัวเป็นเรื่อง เลยขอร้องให้คุณหญิงเทพีเพ็ญแสงหรือคุณหญิงก้อยกลับไปกับคุณชายกิตติราชนรินทร์หรือคุณชายรองเสียก่อน อัศนีย์ได้แต่มองตามด้วยความไม่ชอบใจ อยากไปตะบันหน้าราชนิกุลหนุ่มให้หายแค้น แต่ก็ถูกจิตริณีขวางไว้
“ไปจีบแฟนคนอื่นน่ะ ไม่รู้สึกว่าทำผิดเลยหรือ”
“ใครว่าจีบ แค่ขอจูบเท่านั้นเอง เธอรู้จักมันไหม”
“คุณชายกิตติราชนรินทร์ วุฒิวงศ์...เธอไม่ควรไปมีเรื่องกับเขาเลยนะ”
“โธ่...ไอ้เจ้าหางแถว ฉันไม่สนสักนิด”
“ควรจะสนไว้บ้าง ถึงเธอจะเป็นลูกอภิมหาเศรษฐี แต่ก็แค่ลูกพ่อค้า จะไปเทียบอะไรกับลูกเจ้าลูกนาย”
พูดจบก็ผละไป ทิ้งอัศนีย์ยืนฮึดฮัดคนเดียว หมายมั่นปั้นมือ ต้องแย่งคุณหญิงก้อยมาครองให้ได้!
เวลาต่อมาที่หน้าวังรัชนีกุล...คุณหญิงก้อยรีบลงจากรถ ไม่อยากคุยหรือฟังอะไรจากชายคนรัก แต่คุณชายรองแห่งวังวุฒิเวสม์ก็ไม่ยอมง่ายๆ ถลาตามไปรั้งตัวไว้
“จะหนีไปไหน เราต้องคุยกับให้รู้เรื่อง ที่หญิงไปเฟลิตกับเจ้านั่น หญิงคิดอะไรอยู่”
“หญิงไม่คุยถ้าคุณชายยังเต็มไปด้วยอคติแบบนี้”
“อคติหรือ...ที่ผมเห็นหญิงแทบจะจูบเจ้านั่น นี่เรียกว่าอคติหรือครับ”
“มันไม่ใช่อย่างที่คุณรองคิด คุณอัศนีย์เป็นเพื่อน เราแค่เต้นรำด้วยกัน แล้วเขาก็กระซิบข้างหูหญิงเท่านั้น แต่ความหึงหวงหน้ามืดตามัวของคุณรองต่างหากที่ตีความผิดเพี้ยนไปได้ถึงขนาดนั้น”
“ตาผมไม่ได้เพี้ยน ผมเห็นหญิงเฟลิตกับมัน”
“อย่าลืมสิคะว่าตรงนั้นเป็นที่มืด แล้วคุณชายก็เมาเสียขนาดนี้...คุณชายคิดว่าหญิงง่าย จูบกับผู้ชายที่เพิ่งรู้จักในคืนเดียวได้เหรอคะ คุณชายคิดว่าหญิงทำตัวต่ำ เหมือนหญิงข้างถนนแบบนั้นเลยงั้นเหรอ”
คุณชายรองเถียงไม่ออก น้ำเสียงแดกดันและน้ำตาของเธอทำให้ใจอ่อนยวบ ก่อนจะร้าวรานไปทั้งอก เมื่อเธอบอกเลิก และคุณหญิงก้อยก็รู้ถึงความได้เปรียบนี้ดี จึงแกล้งตีหน้าเศร้า ตัดพ้อด้วยความน้อยใจ
“ถ้าคุณชายรักหญิง...ก็อย่าทำร้ายหญิงแบบนี้สิคะ”
“ผมไม่ได้ตั้งใจ สัญญาครับ...จะไม่ทำร้ายจิตใจหญิงแบบนี้อีกแล้ว”
“ไม่รู้เหรอคะคุณรอง หญิงไม่มีวันปันใจให้ชายอื่น เพราะหญิงรักและเทิดทูนคุณรองเป็นเจ้าชีวิตของหญิงแท้ๆ”
ooooooo
ศุภรทำหน้าไม่อยากเชื่อ เมื่อได้ยินจากคุณชายกิตติราชนรินทร์หรือคุณชายรอง เพื่อนหนุ่มจากวังวุฒิเวสม์ ว่าทุกอย่างเมื่อคืนจบลงด้วยดี คุณหญิงเทพี-เพ็ญแสงกับอัศนีย์เป็นแค่เพื่อนเท่านั้น
“หญิงก้อยรักฉัน เรารักกันมาตั้งแต่สมัยมัธยม ไม่มีวันทรยศฉันเด็ดขาด”
“เอาๆ จะเชื่ออย่างนั้นก็ตามใจ แล้วตอนนี้หญิงก้อยไปไหนล่ะ”
“เขาขอพักผ่อนสักสองสามวันน่ะ”
แต่ที่คุณชายรองไม่รู้ คือสองสามวันของคุณหญิงก้อย ไม่ได้หมดไปกับการพักใจ แต่หายไปพัทยากับอัศนีย์ เพื่อนหนุ่มคนใหม่ที่ทำท่าจะได้เลื่อนตำแหน่งในเร็ววัน และหนุ่มหล่อพ่อรวยก็เร่งทำคะแนน ทั้งเอาอกเอาใจ ปรนเปรอด้วยข้าวของมีราคาและบริการหรู ปิดท้ายด้วยยื่นข้อเสนอขอให้เธอไปแต่งงานกันที่อเมริกา!
ระหว่างที่คุณหญิงก้อยหลงละเลิงกับคำขอแต่งงานและแหวนเพชรหรูจากอัศนีย์ กิตติคร่ำเคร่งกับการตรวจรายงานกิจการผ้าไหมซึ่งเปิดร่วมกับศุภรที่ร้านอาหารหรู เช่นเดียวกับสาลิน มาพักทานกลางวันกับบราลีและลลิตา และแล้วก็เหมือนโชคชะตาเล่นตลก เมื่อบรรณารักษ์สาวคนใหม่เจอกับคุณชายคู่ปรับอีกครั้งที่หน้าห้องน้ำ สาลินชะงักไปอึดใจ ก่อนจะสะบัดหน้าหนี แต่ก็ถูกคุณชายคู่ปรับรั้งไว้
“เดี๋ยว...ตกลงวันนี้เธอเป็นพนักงานหรือเป็นลูกค้าของร้าน”
สาลินกวนประสาทกลับ “อยากให้ฉันเป็นอะไรล่ะ”
“จะเป็นอะไรก็แล้วแต่ เธอต้องรับผิดชอบที่แกล้งทำน้ำเปียกกางเกงฉันวันนั้น”
“งั้นก็ต้องขอโทษฉันก่อนสิ ที่ว่าฉันไม่รู้ประสาบ้าง มารยาททรามบ้าง”
“ฉันมีสิทธิ์ว่าเธอในฐานะที่เธอเป็นสาวเสิร์ฟที่ไม่ได้เรื่อง”
“ถ้าคุณมีสายตาและมันสมองที่ได้เรื่องอยู่บ้าง น่าจะแยกแยะออกว่าฉันคือลูกค้า...ไม่ใช่สาวเสิร์ฟ”
กิตติพยายามข่มอารมณ์อย่างมาก ตอกกลับแบบไม่ไว้หน้า “ฉันแยกแยะไม่ออกหรอก เธอแต่งตัวหลอกได้เหมือนขนาดนั้น ตกลงแต่งหลอกชาวบ้านหวังทิป หรือหวังกินอาหารฟรีกันแน่”
สาลินโกรธมาก ต่อปากต่อคำกับเขาอีกหลายยก แต่คุณชายคู่ปรับก็ไม่ลดราวาศอกให้ จนบรรณารักษ์สาวเหลืออด คว้าแก้วจากถาดน้ำของบริกรมาราดลงเป้ากางเกงเขาจนเปียกชุ่ม!
แต่ความสะใจก็อยู่กับสาลินได้ไม่นาน เมื่อเธอกับบราลีและลลิตาเดินจ้ำอ้าวออกจากร้านอาหาร ก็ถูกกรรมตามสนอง เมื่อรถยุโรปคันยาวของคุณชายคู่ปรับแล่นผ่านแอ่งน้ำท่วมขัง สาดใส่เธอจนชุดเลอะเทอะอีกครั้ง
ooooooo
กระแสข่าวคู่หมั้นคู่หมายของคุณชายดิเรก-ราชวิทย์ หรือคุณชายโตหนาหูขึ้นทุกวัน จนจรวยอดร้อนใจไม่ได้ ต้องใช้ไม้ตาย แอบลอบเข้าห้องคุณชายโตอีกครั้ง และครั้งนี้ก็ได้ผลดีเกินคาด เมื่อหม่อมอำพันผ่านมาเห็น และถึงกับเป็นลมเมื่อได้เห็นลูกชายคนโตมีสัมพันธ์สวาทกับสาวใช้ทรงโต!
คุณชายกิตติราชนรินทร์หรือคุณชายรองถูกเรียกมาเป็นพยานหลังจากนั้น เมื่อหม่อมอำพันจัดแจงเรียกทุกคนมาพบ นมย้อยตามมาด้วย เพราะไม่อยากให้เป็นเรื่องใหญ่ แต่ก็เหมือนช่วยอะไรไม่ได้ เพราะหม่อมอำพันโมโหมาก จะส่งจรวยไปนอกเมือง ไม่ให้อยู่ปรนเปรอสวาทลูกชายให้รกหูรกตาอีก
จรวยแค้นมาก แต่พยายามข่มอารมณ์ไว้ บีบน้ำตาเรียกคะแนนความสงสาร จนคุณชายโตใจอ่อน
“หม่อมแม่ จรวยเป็นเมียผม ผมต้องรับผิดชอบ”
“มันจะมีแต่ผิดสิยะ ชอบไม่มี เธอนะเธอ ลองเสด็จทรงรู้เข้าเป็นได้ร้อนกันไปหมด นังจรวย...นับแต่นี้หล่อนห้ามเสนอหน้าขึ้นมาบนตำหนักอีก จำไว้นะยะ อย่าให้เรื่องนี้ถึงพระเนตรพระกรรณได้เป็นอันขาด”
จรวยกัดฟันแน่น จำต้องรับคำสั่งเพราะไม่มีทางเลือก หม่อมอำพันพอใจมาก แต่ไม่วายกำชับลูกชายคนรอง
“เธอด้วยชายรอง ช่วยกันปิดความให้ดี”
คุณชายรองก้มหน้ารับคำสั่งแบบเสียไม่ได้ ก่อนจะไประบายความไม่ชอบใจกับพี่ชายในเวลาต่อมา โดยเฉพาะที่อีกฝ่ายจะเก็บเรื่องจรวยเป็นความลับจากเสด็จพระองค์หญิง ตามคำสั่งของแม่
“ในเมื่อพี่บอกจะรับผิดชอบจรวย ก็ควรทำเป็นกิจจะลักษณะ หลานคุณป้าสอางค์จะได้ไม่เป็นหม้ายขันหมาก”
“ใครบอกว่าฉันจะให้เจ้าหล่อนเป็นหม้ายขันหมาก ฉันจะแต่งเมียตามที่ทรงโปรด แต่จะขอเมียบ่าวไว้รับใช้”
“แต่ผมว่ามันไม่ยุติธรรม ที่ผู้หญิงดีๆสักคนต้องมาโดนกดขี่แบบนี้”
“ชายรอง...แกอยู่อังกฤษมาแค่สามปี อย่ามาทำตามธรรมเนียมผู้ดีฝรั่งอั้งหม้อหน่อยเลย ฝรั่งมันผัวเดียวเมียเดียว แต่ผู้ชายไทยมีได้หลายเมีย บางคนมีเป็นสิบเป็นร้อยด้วยซ้ำ”
คุณชายโตผละไปแล้ว ไม่ได้ยี่หระหรือรู้สึกผิดกับพฤติกรรมของตนแม้แต่น้อย คุณชายรองได้แต่มองตามด้วยความเอือมระอา ก่อนจะพยายามสงบจิตสงบใจ เพราะต้องไปวังรัชนีกุลเพื่อเอาใจหญิงคนรัก
แต่คุณหญิงเทพีเพ็ญแสงหรือคุณหญิงก้อย ก็ทำให้คุณชายรองแทบทรุด เมื่อเธอบอกจะไปเรียนต่อที่อเมริกา
“หญิง...เด็จป้าส่งผมไปอังกฤษ ต้องจากหญิงไปตั้งสามปี นี่กลับมาแทนที่จะได้อยู่ด้วยกัน หญิงกลับจะทิ้งผม”
“หญิงไม่ได้ทิ้งคุณรองนะคะ หญิงไปเพื่ออนาคตของเราต่างหาก คุณรองเคยพูดให้หญิงเตรียมตัวเป็นภริยาทูตในอนาคต ต่อไปคุณรองจะเป็นถึงเอกอัครราชทูต แล้วหญิงมีความรู้แค่นี้ จะออกหน้าออกตาทัดเทียมคุณรองได้ยังไง”
“หมายความว่าหญิงทำเพื่อผม”
“ไม่ใช่เพื่อคุณรอง จะให้หญิงทำเพื่อใครล่ะคะ”
คุณชายรองตามมารยาหญิงไม่ทัน เชื่อและปลื้มสุดหัวใจที่หญิงคนรักยอมทำเพื่อเขาขนาดนี้ ต่างจากคุณหญิงศศิรัชนีหรือคุณหญิงกลาง พี่สาวคุณหญิงก้อย สังหรณ์ใจว่าการไปอเมริกาครั้งนี้ต้องไม่ธรรมดา
“หญิงก้อย...เรื่องนี้ปรึกษาท่านพ่อแล้วหรือยัง”
“ท่านพ่อเด็จต่างประเทศตลอด ทรงมีเวลาให้หญิงปรึกษาเหรอคะ”
“เฮ้อ...พี่ไม่รู้แล้วว่าเธอคิดอะไรอยู่ แต่มันดูมีเงื่อนงำยังไงชอบกล ตั้งแต่เธอหายไปพัทยาเมื่อสองสามวันก่อน...ที่ไปอเมริกา ไปเรียนแน่หรือ เธอไม่ใช่คนใฝ่เรียนเท่าไหร่”
“อ้อ...ค่ะ พี่หญิงคะ...ของเก่าพวกนี้ พี่ช่วยเอาไปบริจาคทีนะคะ หญิงไม่ใช้แล้ว”
จบคำก็เปลี่ยนเรื่อง ชี้ไปที่กองเสื้อผ้าบนเตียง พร้อมโยนแหวนเกลี้ยงหัวฝังพลอย ของแทนใจคุณชายรองลงกล่อง คุณหญิงกลางมองตามแล้วสงสัย อดไม่ได้ต้องหยิบมาดู เห็นรอยสลักสกุลวุฒิวงศ์ เลยตัดสินใจเก็บไว้ให้
ooooooo
คุณชายบดินทราชทรงพลหรือคุณชายเล็กแอบกลับจากเมืองนอก และตรงมาวังวุฒิเวสม์โดยไม่บอกให้ใครรู้ แถมนึกสนุก เข้าไปกราบหม่อมอำพันที่กำลังลุ้นไพ่ตัวโก่ง จนขาไพ่แตกกระเจิง!
อารมณ์เกรี้ยวกราดของหม่อมอำพัน ไม่ได้ทำให้คุณชายเล็กยี่หระนัก นึกขำมากกว่า จนเมื่อคุณชายรองกลับมาในเย็นวันเดียวกัน ต้องช่วยไกล่เกลี่ย แต่หม่อมอำพันก็ไม่หายเคือง
“ตารอง...ดูน้องแกนะ ทำอะไรอย่างนี้ไม่รู้ พิลึก พิเรนทร์ พิสดาร”
“โธ่หม่อม...ผมแค่ทักทายญาติมิตรหม่อมเล่นๆเท่านั้นเอง”
“เล่นๆอะไรยะ ท่านหญิงวาดเป็นลม ดีไม่ตายคาวงไพ่ คุณหญิงเสนาก็เกือบจมน้ำในบึงตาย คุณนายป๋อมก็ตกลงมาจากรั้ว ดีที่แข้งขาไม่หัก ดีนะยะเขาไม่ไปฟ้องผัวเขา”
“คุณนายผู้กำกับบาดเจ็บคาบ่อน ถ้าฟ้องมันจะเข้าตัวนะครับ”
หม่อมอำพันค้อนตาคว่ำ ก่อนจะเปลี่ยนเรื่อง ทวงบุญคุณลูกชายคนเล็ก
“กลับมาก็ดี จะได้ช่วยฉันทำมาหากิน อย่าลืม มรดกของท่านพ่อก็แบ่งกันไปแล้ว มีติดตัวกันคนละกระผีกริ้น”
คุณชายเล็กยิ้มกว้าง ไม่เดือดเนื้อร้อนใจ แถมโบ้ยไปให้พี่ชายคนโต “งั้นผมคงต้องพึ่งใบบุญพี่ชายโตแล้วล่ะครับ พี่ชายกำลังจะแต่งกับสาวเจ้าที่เสด็จประทานมาให้ คงได้สมบัติมาตั้งตัวไม่น้อยเชียวล่ะ”
คุณชายโตรีบออกตัว “นี่...นายอย่ามาพล่ามให้หม่อมแม่เข้าใจผิดเลย นายทำงานบริษัทน้ำมันฝรั่ง เขาจ่ายเป็นเงินดอลลาร์ คิดเป็นเงินไทย มากกว่าฉันกับนายรองสี่ห้าเท่าตัว”
หม่อมอำพันตาโต เช่นเดียวกับจรวย ไม่อยากเชื่อเลยว่าคุณชายเล็กจะได้เงินเดือนมากมายขนาดนั้น คุณชายรองต้องช่วยยืนยันแทนน้องชายว่าเป็นความจริงแน่นอน
“อุ๊ย...ดีเลย เจียดมาให้แม่ใช้บ้าง จะไว้เป็นเงินทุนสำรอง เผื่อเหลือเผื่อขาด”
“หม่อมจะลงทุนที่ไหนหรือครับ”
“ก็ในวงสโมสรของฉันน่ะสิยะ”
คุณชายเล็กกลั้นยิ้มแทบแย่ ก่อนจะแซว “อ้อ... สโมสรบ่อนหม่อมอำพันน่ะเอง”
หลังพูดคุยกันตามประสาพี่น้องแบบพอหอมปากหอมคอ คุณชายเล็กก็ตามคุณชายรองไปเฝ้าเสด็จพระองค์หญิงที่ตำหนักใหญ่ สาวๆต้นห้องเสด็จฯยิ้มชอบใจใหญ่ ที่ขวัญใจคนดังอย่างคุณชายเล็กกลับจากเมืองนอก
เสด็จพระองค์หญิงก็ปลื้มใจกับความสำเร็จของหลานชายคนเล็ก แต่ไม่วายอ่อนใจกับคารมของอีกฝ่าย ที่ชอบค่อนแคะแดกดันตัวเองขำๆว่าเป็นลูกชายบ่าวไม่ใช่ราชนิกุลเหมือนพี่ชายอีกสองคน
“พูดอะไร...ลูกบ่งลูกบ่าว หม่อมแม่แกเขาไม่โกรธตายหรือ”
“โธ่...หม่อมนั่นแหละเป็นคนพูดพ่ะย่ะค่ะ ว่าพี่โตน่ะลูกหม่อม พี่รองน่ะลูกเสด็จ แต่เกล้าฯน่ะลูกนมย้อย”
“แกจะมาน้อยอกน้อยใจอะไรตอนนี้”
“ใครว่าเกล้าฯน้อยใจ เกล้าฯชอบจะตาย ว่าบ้านเกล้าฯน่ะไม่เหมือนใครดี จริงไหมพี่รอง”
คุณชายรองพลอยขำไปด้วย รู้ดีว่าน้องชายช่างเย้าแหย่ไปแบบนั้นเอง ไม่ได้คิดจริงจังอย่างที่พูด
คุณสอางค์ซึ่งนั่งฟังอยู่ด้วย อดหัวเราะด้วยความเอ็นดูไม่ได้ จนคุณชายเล็กสังเกตเห็น
“คุณสอางค์ นี่คุณสอางค์หรือครับ โธ่...ผมจำไม่ได้”
“อะไรกันคะ เห็นมาแต่อ้อนแต่ออก จำดิฉันไม่ได้”
“ก็ผมไม่อยู่สามสี่ปี แต่คุณสอางค์กลับสวยขึ้น สาวขึ้นกว่าเดิม แล้วผมจะจำได้ยังไงล่ะครับ”
คุณสอางค์ยิ้มไม่หุบ จนเสด็จฯอดขำไม่ได้ และอารมณ์ดีพอจะเย้าหลานชายคนเล็ก
“เฮ้อ...ฉันก็คิดว่าแกจะพาเมียแหม่มมาไหว้เสียอีก”
“โธ่...ยังหรอกพ่ะย่ะค่ะ เกล้าฯเป็นน้องเล็ก จะรีบร้อนทำไม รอให้พี่โต พี่รองแต่งก่อนเถอะพ่ะย่ะค่ะ”
คุณชายรองรีบออกตัวว่าคงอีกนาน เพราะคุณหญิงก้อยจะไปเรียนต่อ เสด็จฯไม่ชอบใจเรื่องราชนิกุลหญิงคนรักของหลานชายคนรองนัก เลยตัดบทเปลี่ยนเรื่องชวนทั้งสองทานมื้อเย็น
คุณชายเล็กเข้าใจทุกอย่าง ไม่คิดแสดงความเห็นอะไรเรื่องคนรักของพี่ชายคนรอง เช่นเดียวกับความลับของพี่ชายคนโต ที่เขาแอบเห็นจรวยลอบเข้าหาตั้งแต่คืนแรกที่เหยียบเมืองไทย
ooooooo
นอกจากจะทำให้หม่อมอำพันและทุกคนในตำหนักเล็กล่วงรู้ถึงความสัมพันธ์ของตัวเองกับคุณชายโตแล้ว จรวยยังแผนสูง หวังทำให้เสด็จพระองค์หญิงรู้ความจริงเรื่องนี้ด้วย หม่อมอำพันจะได้ไม่หาเรื่องส่งเธอออกนอกเมืองอีก และสาวใช้ทรงโตก็สบโอกาส เมื่อเสด็จฯเสด็จมาประทับที่ศาลาใกล้ตำหนักเล็ก
จรวยยอมขัดคำสั่งหม่อมอำพัน ยกถาดน้ำชาและของว่างมาเสิร์ฟ และแม้จะถูกกันท่าและกีดกันเท่าไหร่ สาวใช้ทรงโตก็ไม่สนใจ แกล้งทำท่าแพ้ท้องต่อหน้าเสด็จฯกับคุณสอางค์ จนความลับแตก!
“หม่อมฉันท้องกับคุณชายโตเพคะ”
คุณสอางค์ถึงกับเป็นลมเมื่อได้ยิน และไม่รอช้าจะไปแจ้งข่าวคุณสร้อย น้องสาวคนเดียวที่บ้านราชดำริ
“คุณชายโตได้นังข้าหลวงในตำหนักเป็นเมีย ถึงขั้นท้อง แล้วก็หลงหัวปักหัวปํา จะยกเป็นเมียออกหน้าออกตา”
“แล้วนี่แม่ศรีจะเป็นยังไง”
“จะเป็นยังไง ก็เป็นหม้ายขันหมากเหมือนฉันน่ะสิยะ”
จบคำก็ร้องไห้สะอึกสะอื้น สงสารหลานสาวคนโตเหลือเกิน ต้องเจอเรื่องน่าเศร้าแบบตนในอดีต คือพลาดหวังจากท่านชายในวังวุฒิเวสม์ อุ่นเรือนพยายามปลอบไม่ให้สองสาวใหญ่คิดมาก ก่อนจะหน้าเสีย เมื่อศรีจิตราเดิน
เข้ามาในห้องโถง ในสภาพเตรียมพร้อมเข้ากระโจมอบผิว เหมือนเคย
คุณสร้อยเห็นหลานสาวก็อารมณ์เสีย แต่โทษใครไม่ได้ เลยไปเอ็ดกับบ่าวไพร่ที่ช่วยกันเตรียมกระโจม
“กางทำไมยะ เลิก...ไม่ต้องไปบ่มมันแล้วผิวชาววัง เอาเวลาไปบ่มมะม่วง บ่มละมุด ยังจะเกิดประโยชน์กว่า”
คุณสอางค์ร่ำไห้ด้วยความสะเทือนใจ คุณสร้อยต้องควักยาดมให้ โดยมีอุ่นเรือนดูแลไม่ห่าง ส่วนศรีจิตราได้แต่มองตามเครียดๆ อยากร้องไห้ตามใจแทบขาด แต่ก็ต้องกลั้นไว้ ไม่อยากทำให้ใครเป็นห่วง
สถานการณ์บ้านราชดำริว่าหดหู่แล้ว ตำหนักเล็กแห่งวังวุฒิเวสม์น่าสมเพชไม่ต่างกัน เมื่อจรวยปั้นหน้าโศก ร้องห่มร้องไห้ขอความเห็นใจจากหม่อมอำพัน พร้อมกับพร่ำขอโทษ ที่หลุดปากเรื่องความสัมพันธ์และเรื่องท้องกับคุณชายโต หม่อมอำพันไม่เชื่อ แถมดัดหลังเอาคืนด้วยการสั่งคุณชายเล็กให้สลับห้องกับคุณชายโต
คุณชายโตหน้าเสีย มั่นใจว่าตัวเองเสียตำแหน่งลูกชายคนโปรดแล้ว แต่ก็ต้องทำใจ ก้มหน้ารับผิดชอบสิ่งที่ตัวเองก่อ ส่วนคุณชายเล็กได้แต่มองมาด้วยความเห็นใจ ไม่ได้อยากย้ายห้องเลย แต่ก็ขัดคำสั่งแม่ไม่ได้
เย็นวันเดียวกันที่บ้านราชดำริ...สาลินในชุดทำงาน ถลาเข้าคุยกับแม่และพี่สาวด้วยความเป็นห่วง
“พอหนูรู้ข่าวก็รีบมาเลย โทร.ไปบอกที่บ้านสวนแล้วค่ะว่าจะมาค้าง แล้วนี่จะเอายังไงคะ”
อุ่นเรือนเป็นคนตอบ “ก็ต้องยกเลิกทั้งหมด ที่เตรียมตัวจะเข้าวังก็ล้มไป”
“ผิดจากที่หนูว่าไหมล่ะ มีเมียซุกเมียซ่อนจริงๆ แล้วพี่ศรีก็เลยกลายเป็นแม่สายบัวแต่งตัวเก้อ”
ศรีจิตราถึงกับสะอึก น้ำตาเจียนไหลอย่างช่วยไม่ได้ อุ่นเรือนต้องปรามลูกสาวคนเล็กไม่ให้พูดมาก ก่อนจะผละออกจากห้อง ทิ้งให้สองพี่น้องปลอบใจกันตามลำพัง
“พี่ไม่เป็นไรหรอกสา แค่...รู้สึกอับอายเท่านั้น”
“ไม่ต้องอายนะ พี่ไม่ได้ทำผิดอะไร ความผิดอยู่ที่อีตาคุณชายนั่นต่างหาก!”
ท่าทางเป็นเดือดเป็นร้อนของน้องสาว จนพลอยร้องไห้ตาม ทำให้ศรีจิตราอดยิ้มไม่ได้
สาลินปาดน้ำตา พึมพำเสียงอ่อย “ก็หนูสงสารพี่ศรีนี่”
ooooooo
วันเวลาผ่านไป...สถานการณ์ในวังวุฒิเวสม์เริ่มเข้าที่เข้าทาง คุณชายโตใช้ชีวิตฉันผัวเมียกับจรวย ส่วนคุณชายเล็ก เริ่มทำงานที่บริษัทน้ำมันของฝรั่งอย่างเป็นทางการ มีเพียงคุณชายรอง ยังใช้ชีวิตเหมือนเดิม จนกระทั่งวันที่เขาได้ยินข่าวใหญ่ของหญิงคนรัก ที่บินลัดฟ้าไป
เรียนต่อที่อเมริกาเมื่อหลายเดือนก่อน
“บินลัดฟ้าจากเมืองไทยไปศึกษาต่อนิวยอร์กได้ไม่ถึงสามเดือน ม.ร.ว.เทพีเพ็ญแสง รัชนีกุล กลับแต่งงานเสียแล้วกับอัศนีย์ เถลิงการ ทายาทมหาเศรษฐีของนายอรรถ เถลิงการ เจ้าพ่อการตลาดของเมืองไทย”
พาดหัวข่าวบนหน้าหนังสือพิมพ์และภาพบรรยากาศงานแต่งหรูหราของราชนิกุลสาวกับหนุ่มหล่อพ่อรวย กลายเป็นข่าวดังทั่วพระนคร โดยเฉพาะฉบับของวิรงรอง ตีข่าวใหญ่ เพราะได้แหล่งข่าวดีจากนิวยอร์ก
และก็เพราะภาพข่าวงานแต่งของคุณหญิงก้อยกับอัศนีย์นี่เอง ทำให้ทุกคนที่วังวุฒิเวสม์ร้อนเป็นไฟ ไม่เว้นแม้แต่เสด็จพระองค์หญิง ทอดพระเนตรภาพและข้อความในข่าว แล้วก็ถอนพระทัยยาว
“น่าสมเพชแม่ก้อย...ดูรึเป็นลูกชาติลูกตระกูล กลับชิงสุกก่อนห่าม ไปรวบรัดแต่งงานที่โน่น”
คุณสอางค์พยายามมองโลกในแง่ดี “ข่าวบอกมีพระญาติไปร่วมงานเยอะแยะนะเพคะ”
“จริงที่ไหนกันเล่า มีแค่ตาจันทร์กับหม่อมวาณีบินไปกันแค่สองคน ตาจันทร์น่ะ คงอายจนไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน แม่ก้อยนี่ก็เต็มที ทำอะไรก็เอาแต่ใจตัว ไม่รู้ว่าตารองรักใคร่อะไรนักหนา”
“แหม...ก็เธองามยังกะดาราฮอลลีวูด”
มาลากับวรรณา สาวๆต้นห้องเสด็จฯพยักเพยิดเห็นด้วย ก่อนจะซุบซิบกันว่าคุณหญิงก้อยอาจพลาดท่าเสียทีแล้ว ถึงต้องแต่งงานกะทันหัน คุณสอางค์ก็คิดไม่ต่างแต่ไม่กล้าพูด กลัวเสด็จฯจะคิดมากเพราะเป็นห่วงคุณชายรอง
ข่าวงานแต่งของคุณหญิงก้อย ทำให้คุณชายรองหัวใจสลายจริงๆ ยิ่งคุณหญิงศศิรัชนีหรือคุณหญิงกลาง ยืนยันว่าทุกอย่างเป็นความจริง ราชนิกุลหนุ่มก็แทบเข่าอ่อน หมดอาลัยจนไม่มีแก่ใจจะทำงาน
คุณชายโตเห็นน้องชายคนรองกลับมาถึงตำหนักเล็กในเย็นวันเดียวกัน ก็อดเห็นใจไม่ได้
“พี่เสียใจด้วยนะ...มันไม่น่าเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นได้เลย มีปัญหาส่วนตัวกันหรือเปล่า”
“เรื่องส่วนตัวไม่มีหรอกครับ ถ้าจะมีก็คงเพราะเรารวยไม่พอ เมื่อเทียบกับตระกูลเถลิงการ”
พูดจบก็จะเข้าห้อง แต่ไม่ทันขยับ หม่อมอำพันก็โผล่มาพร้อมหนังสือพิมพ์ในมือ โดยมีเจียมกับน้อม สาวใช้ประจำตำหนักเล็ก และจรวยซึ่งเริ่มท้องโย้นิดๆ เดินตามมาด้วย
“แม่นี่มันยังไงกัน รักใคร่กับลูกอยู่ดีๆ ดันไปเลือกไอ้เพลย์บอยลูกอาเสี่ยมาเป็นผัว...ทำไมใฝ่ต่ำแบบนี้ แต่ก็ดีแล้วเลิกๆกันไป ฉันไม่อยากได้สะใภ้คุณหญิง แต่ใจต่ำเหมือนนังคณิกา เท่าที่มีอยู่นี่ก็เกินทนแล้ว”
จรวยเจ็บใจนักที่ถูกพูดกระทบ แต่ก็ตอกกลับไม่ได้ คุณชายโตมองมาด้วยความสงสาร เลยออกรับหน้าแทน
“แม่ครับ...ทำไมว่าเมียผมอย่างนั้น จรวยกำลังท้อง เกิดแท้งขึ้นมาจะว่ายังไง”
“ก็ดีสิ ฉันจะได้ไม่ต้องมารับเลี้ยงหลานไพร่ๆของแก!”
จรวยร้องไห้โฮ คุณชายโตต้องพากลับห้อง โดยมีหม่อมอำพันเอ็ดไล่หลังอีกหลายประโยค คุณชายรองมองเหตุการณ์ทุกอย่างเซ็งๆ ก่อนจะแยกตัวไปสงบสติอารมณ์
คุณชายบดินทราชทรงพลหรือคุณชายเล็ก เป็นคนต่อมาที่พยายามจะปลอบใจพี่ชายคนรอง แต่ก็จำต้องถอย เมื่ออีกฝ่ายขอทำใจคนเดียว แม้แต่เสด็จพระองค์หญิง ก็อยากแวะไปดูอาการหลานชายคนโปรด แต่ต้องยับยั้งใจไว้ เพราะรู้จักนิสัยดีว่าคงอยากอยู่ตามลำพัง ไม่ชอบระบายความอึดอัดใจกับใคร
ooooooo
หลังงานแต่งงานหรูหราที่นิวยอร์ก คุณหญิงเทพีเพ็ญแสงหรือคุณหญิงก้อย ก็หลงเพริศกับความสุขสบายที่สามีหมาดๆปรนเปรอให้ แต่เพียงไม่นาน... ราชนิกุลสาวก็เริ่มออกอาการ เพราะแม้อัศนีย์จะพยายามเอาใจ แต่ภรรยาจอมเจ้ายศเจ้าอย่าง ก็ถือตัว เย่อหยิ่ง และมองไม่เห็นหัวใครแม้แต่พ่อแม่สามี
ฝ่ายคุณชายกิตติราชนรินทร์หรือคุณชายรอง พยายามทำใจจากอาการอกหัก ด้วยการทุ่มเทกับกิจการผ้าไหมที่ร่วมลงทุนกับศุภรเพื่อนสนิท เสด็จพระองค์หญิงเห็นดีเห็นงามด้วย และทรงช่วยสนับสนุนเท่าที่ได้ ต่างจากคุณสอางค์ เห็นว่าอาชีพพ่อค้าพ่อขายเป็นอาชีพสำหรับสามัญชน ไม่สมเกียรติเชื้อพระวงศ์
คุณชายรองส่ายหน้า อธิบายเหตุผลยิ้มๆ “โธ่...ยุคสมัยมันเปลี่ยนไปแล้ว งานสุจริตทุกอย่างก็มีเกียรติ ทั้งนั้นล่ะครับ อีกอย่าง...ยิ่งทำงานมาก ก็ยิ่งไม่มีเวลามาคิดอะไรฟุ้งซ่าน”
น้ำเสียงเรียบๆ ซ่อนความสะเทือนใจของหลานชายคนโปรด ทำให้เสด็จฯนึกเวทนา
“ตารอง...นึกซะว่าเป็นพรหมลิขิตลูก คู่กันแล้วไม่แคล้วกัน แต่ถ้าไม่ใช่เนื้อคู่ ให้ทำยังไงก็ต้องพราก”
“เนื้อคู่หรือพ่ะย่ะค่ะ เกล้าฯไม่รู้ว่าจะมีหรือเปล่า”
“พูดอะไรอย่างนั้นตารอง เราน่ะเพอร์เฟกต์ขนาดนี้”
“ไม่จริงหรอกพ่ะย่ะค่ะ ถ้าจริงเกล้าฯคงไม่ถูกทิ้ง”
“เรื่องแล้วไปแล้ว พูดไปก็ไม่มีประโยชน์ นี่ตารอง... หม่อมแม่เธอคงเกริ่นให้ฟังแล้วเรื่องหลานสาวคุณสอางค์”
คุณชายรองพยักหน้ารับ และไม่มีท่าทีขัดขืนอย่างที่เสด็จฯกับคุณสอางค์นึกกลัว
“แปลว่าเธอไม่มีอะไรขัดข้องใช่ไหม”
“อะไรที่ทำให้เด็จป้าพอพระทัย เกล้าฯก็ยินดีพ่ะย่ะค่ะ”
คุณสอางค์ตื่นเต้นมาก จนเสด็จฯต้องส่งสายตาปราม ก่อนจะรับสั่งกับหลานชายเสียงอ่อน
“งั้นก็ดีเลย ต่อไปป้าจะรับแม่ศรีจิตรามาอยู่ด้วยกันที่นี่ ให้เธอได้รู้จักมักคุ้นกันไว้”
เช้าวันต่อมาที่บ้านราชดำริ...คุณสร้อยนั่งบ่นและบงการทุกคนให้ทำงานเหมือนเคย โดยเฉพาะศรีจิตรา หลานสาวคนโต ถูกจ้ำจี้จ้ำไชมากที่สุด เพราะเป็นคนหัวอ่อนที่มักไม่ค่อยมีปากมีเสียง
คุณสอางค์มาถึงบ้านราชดำริหลังเช้าวันเดียวกัน พร้อมข่าวดีจากเสด็จพระองค์หญิง ที่ทรงอยากรับตัว ศรีจิตรามาอยู่ด้วยที่วังวุฒิเวสม์ คุณสร้อยเบิกตาโพลง เปลี่ยนท่าทีจากเจ้ากี้เจ้าการ เป็นประคบประหงมหลานสาวคนโตแทนศรีจิตราซึ่งเพิ่งออกจากครัวพร้อมชามใส่ไส้สาคู ถึงกับพูดไม่ออก เมื่อเห็นท่าทีแปลกๆของคุณสร้อย
“ต๊าย...ไปแบกมาทำไม เดี๋ยวไหล่ล้าแขนโตพอดี หน็อย...นังพวกนี้ ให้หลานข้าไปแบกหามได้ยังไงยะ”
“มันก็ไม่ได้หนักอะไรนี่คะคุณป้า อ้าว...คุณป้าสอางค์มาตั้งแต่เมื่อไหร่คะ”
คุณสอางค์ส่งยิ้มให้หลานสาวคนโต “ป้ามาชิมสาคูไส้กุ้งของหนูสิลูก”
“ในครัวกำลังนึ่งชุดแรกอยู่ค่ะ น่าจะจวนแล้ว เดี๋ยวหนูลงไปดูให้นะคะ”
ศรีจิตราจะไปที่ครัว แต่ไม่ทันขยับ คุณสร้อยก็ถลาไปขวางไว้
“อุ๊ย...ไม่ต้องลูก ลูกศรีจ๋า เดี๋ยวโดนไอน้ำร้อนลวก ผิวจะเกรียมกรมไป”
ทุกคนบนเรือนทำตาปริบๆ โดยเฉพาะศรีจิตรากับอุ่นเรือน แต่คุณสร้อยก็ไม่สนใจ ร้องสั่งให้ทุกคนหยุดมือเรื่องอาหาร และเตรียมตั้งกระโจมอบผิวตำรับชาววังอีกรอบ!
ooooooo
กว่าขั้นตอนบำรุงผิวตำรับชาววังของคุณสร้อยจะจบสิ้น ศรีจิตราก็แทบน่วมไปทั้งตัว ทั้งขัด ทั้งอบจนผิวกลายเป็นสีเหลืองเหมือนไก่ย่างอย่างที่สาลินเคยเปรียบเปรยไว้ แต่ที่น่าหนักใจกว่าคือเรื่องคุณชายคู่หมายของเธอ พลาดจากคุณชายโตแล้วก็ไม่รู้ว่าเธอต้องหมั้นกับใคร
อุ่นเรือนสงสารและเห็นใจลูกสาวคนโตมาก แต่ก็ไม่อาจขัดคุณสร้อยได้ เลยได้แต่ปลอบให้มองในแง่ดี เพราะคุณชายคู่หมายครั้งนี้คือคุณชายกิตติราชนรินทร์หรือคุณชายรอง น้องชายแท้ๆของคุณชายโต
“คุณชายคนที่สองของท่านชายศิริศุภเสกข์กับหม่อมอำพัน แต่เสด็จทรงอบรมเลี้ยงดูมา เลยเป็นหลานคนโปรด”
ศรีจิตราถอนใจยาว แม้จะได้หมั้นกับราชนิกุล แต่ก็อดกลัวไม่ได้
“แม่จำที่ยายสาเตือนเอาไว้ได้ไหมคะ”
“เตือนเรื่องอะไรกัน”
“ก็เตือนว่าคุณชายโตอาจมีเมียซุกเมียซ่อนแล้ว มันก็เป็นจริงด้วย หนูไม่รู้ว่าคุณชายรองนี่จะมีเรื่องอะไรอีก”
อุ่นเรือนโบกมือ ไม่อยากให้ลูกสาวคนโตคิดมาก “ไปเอานิยมนิยายอะไรกับยายสา ยายสาน่ะยังเด็ก ยังอยากมีพี่สาวเป็นเพื่อนเล่น ก็เลยไม่อยากให้หนูแต่งงาน เลยยกเรื่องโน้นเรื่องนี้มาขู่หนู”
รอยยิ้มให้กำลังใจของแม่ ทำให้ศรีจิตราเบาใจขึ้น แต่ก็ไม่วายกังวล กลัวจะเข้าอีหรอบเดิมอีก
ข่าวที่เสด็จพระองค์หญิงจะหาคู่หมั้นให้คุณชายรอง ทำให้หม่อมอำพันชอบใจมาก และเปลี่ยนท่าทีจากเย็นชาและหมางเมิน เป็นลูบหัวลูบหลังลูกชายคนรอง แบบที่ไม่เคยมาก่อน คุณชายรองก็รู้ดี แต่ก็อดชื่นใจไม่ได้ ที่แม่เอาอกเอาใจและทำตัวเหมือนแม่ที่รักและเอ็นดูเขาบ้าง
จรวยซึ่งท้องแก่ผ่านมาเห็นหม่อมแม่ผัวพะเน้า พะนอลูกชายคนรองก็หมั่นไส้ และอดไม่ได้ต้องไปนินทากับสามี คุณชายโตถอนใจยาว เข้าใจสถานการณ์ดี พยายามบ่ายเบี่ยงว่าแม่ก็รักลูกชายทุกคนในวันเงินเดือนออก จรวยไม่เชื่อนัก แต่ไม่ทันเถียง ก็ต้องยกมือกุมท้อง เพราะกำลังจะคลอด!
ระหว่างที่ทุกคนในวังวุฒิเวสม์เตรียมต้อนรับสมาชิกใหม่ ลูกคนแรกของคุณชายโตกับจรวย...คุณหญิงก้อยก็ตกใจแทบผงะ เมื่อตื่นเช้าในห้องเพนต์เฮ้าส์สุดหรูในนิวยอร์ก มาเจอกับพ่อแม่สามีที่ตนแสนรังเกียจ
อรรถ เถลิงการ เจ้าพ่อการตลาดคนดังของพระนครนั่งพุ้ยข้าวต้ม ในสภาพเหมือนชาวบ้านสวมเสื้อผ้าเก่าๆ ส่วนทองนพคุณ แม่แท้ๆของอัศนีย์ ก็มีสภาพชาวบ้านไม่ต่างกัน นั่งตำหมากไม่ไกลกันนั้น โดยมีอัศนีย์สามีของเธอนั่งกินมื้อเช้าและพูดคุยกับทั้งสองอย่างสนุกสนาน
คุณหญิงก้อยไม่อยากออกไปทัก แต่ก็ต้องพยายามเก็บอาการต่อหน้าพ่อแม่สามี แต่อรรถก็ทำให้ราชนิกุลสาวแทบเก็บอารมณ์ไม่อยู่ เมื่อเขาเอ่ยถามถึงเรื่องมีลูกของเธอกับอัศนีย์ ด้วยคำพูดโจ๋งครึ่ม
“อาตี๋มันเชิดสิงโตกับลื้อบ่อยไหม...เรื่องนับวันน่ะไม่มีประโยชน์ เชิดสิงโตทุกวันได้ผลกว่า ติดลูกทุกราย”
คุณหญิงก้อยอ้าปากค้าง แต่ไม่ทันสวน ทองนพคุณก็เย้าขำๆ “หรือว่าหนูคุณหญิงห่วงสวยไม่อยากท้อง...
ดูฉันสิ แต่ก่อนก็เอวเล็กเอวบางอย่างหนูคุณหญิงนี่แหละ แต่พอมีลูกหัวปีท้ายปี ไอ้ที่ตึงมันก็ยาน ที่แน่นมันก็หลวมโพลก”
จบคำก็หันไปหัวเราะกับสามี ก่อนจะบ้วนน้ำหมากลงกระโถนต่อหน้าราชนิกุลสาว คุณหญิงก้อยแทบอ้วก ทนรังเกียจไม่ไหว ต้องขอตัวไปทำใจในห้องดื้อๆ โดยมีสายตาของอัศนีย์มองตามด้วยความรู้ทัน แต่ก็ไม่คิดตามง้อหรือปลอบใจ เพราะคิดว่าคุณหญิงจะต้องรับครอบครัวของตนให้ได้
ooooooo
หลังเหตุการณ์มื้อเช้าอันน่ารังเกียจ คุณหญิงเทพีเพ็ญแสงหรือคุณหญิงก้อยก็เหมือนจะหมดความเสน่หาในตัวสามีลงดื้อๆ และอัศนีย์เองก็รู้ข้อนี้ดี เพราะก็เบื่อหน่ายพฤติกรรมเอาแต่ใจของภรรยาเจ้ายศเจ้าอย่างไม่ต่างกัน เลยไม่ขัดใจหรือขัดขวางเมื่อเธอขอหย่าในอีกไม่กี่วันต่อมา
และข่าวซุบซิบเกี่ยวกับคุณหญิงก้อยก็กระฉ่อนทั่วเมืองอีกครั้ง โดยฝีมือพาดหัวของวิรงรอง “บินลัดฟ้าจากนิวยอร์กสู่เมืองไทย ม.ร.ว.หญิงเทพีเพ็ญแสง เถลิงการ... แต่แปลกจัง กลับไร้เงาสามีหนุ่ม อัศนีย์ เถลิงการ เคียงข้าง”
คุณชายกิตติราชนรินทร์หรือคุณชายรองรู้ข่าวนี้จนได้ แม้ไม่แน่ใจว่าเกิดอะไรขึ้นกับอดีตหญิงคนรัก แต่ความเจ็บช้ำที่เธอก่อไว้ ก็ทำให้เขาทิฐิไม่อยากรับรู้ข่าวของเธออีก ศุภรเข้าใจดี แต่ก็ยังอาสาจะถามจากเพื่อนที่นิวยอร์กให้
วันเดียวกันที่วังรัชนีกุล...บรรยากาศอึมครึมนับแต่วันที่คุณหญิงก้อยกลับเมืองไทย พร้อมข่าวใหญ่ว่าเธอหย่าขาดกับสามีหล่อพ่อรวยแล้ว ทำให้ทุกคนในบ้านร้อนรนแทบนั่งไม่ติด โดยเฉพาะท่านชายจันทร์ บิดาของคุณหญิงก้อย อยากเค้นความจริงจากปากลูกสาวคนเล็กมาก แต่ก็ต้องระงับไว้ ไม่อยากทะเลาะด้วย
แต่หม่อมวาณีก็กลัวเรื่องจะไปกันใหญ่ เลยพยายามไกล่เกลี่ยบรรยากาศเหมือนเคย
“แม่ว่าเราจัดเลี้ยงฉลองอีกสักครั้งไหมลูก ญาติๆทั้งสองฝ่ายจะได้รู้จักมักคุ้นกัน”
คุณหญิงก้อยมีสีหน้าเย็นชา เอ่ยเสียงเรียบ “หญิงว่าไม่จำเป็นหรอกค่ะ”
“แล้วนี่เมื่อไหร่พ่ออัศนีย์จะตามมาล่ะลูก”
“เขาคงไม่ตามมาหรอกค่ะ แต่ถึงจะตามมา หญิงก็ไม่สนใจ เพราะหญิงกับเขาไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันแล้ว”
ท่านชายจันทร์ลุกพรวด หมดความอดทน เอ็ดลูกสาวคนเล็กลั่น ตามอารมณ์ที่พลุ่งพล่านมาตลอดหลายวัน
“นี่หมายความว่ายังไง เธอช่วยบอกมาชัดๆหน่อยซิหญิงก้อย”
“หญิงกับอัศนีย์แยกทางกันแล้วเพคะ”
หม่อมวาณีตกใจมาก “อะไรกันหญิง อยู่กันก้นหม้อข้าวไม่ทันจะดำ”
“แต่งกันได้ยังไม่ถึงปี ตอนแต่งนั่นก็อับอายขายหน้ามาทีหนึ่งแล้ว แล้วทีนี้จะทำยังไง”
คุณหญิงก้อยยักไหล่ ไม่ยี่หระ “ก็ไม่เห็นต้องทำยังไงเลยนี่เพคะท่านพ่อ เมื่ออยู่กันไม่ได้ก็จบกัน หมดสมัยแล้วล่ะค่ะที่ต้องมาหวานอมขมกลืนอะไรอยู่ ต่างคนต่างไป ต่างมีอิสระจะเริ่มต้นใหม่”
ท่านชายจันทร์เหยียดยิ้มหยัน “อิสระที่จะแร่ไปมีผัวใหม่อย่างนั้นหรือ”
“หญิงคิดว่าอย่างนั้นเพคะ”
“หญิง...นี่ฉันไม่รู้จะพูดยังไงกับเธอแล้ว”
“งั้นหญิงก็ขอตัวก่อนนะเพคะ”
จบคำคุณหญิงก้อยก็ผละไป หม่อมวาณีทำท่าจะตามไปปลอบเหมือนเคย เลยถูกท่านชายจันทร์เอ็ด
“แม่วาณี...เธอเลิกประคบประหงมเอาใจมันเสียที ตามใจจนมองไม่เห็นหัวใครแล้ว เธอยังไม่รู้อีกหรือ”
ท่านชายจันทร์แยกตัวไปอีกคน ทิ้งหม่อมวาณีให้แทบเป็นลม คุณหญิงกลางเข้าประคอง พร้อมกับปลอบให้ค่อยๆคิดหาทางแก้ข่าว หม่อมวาณีพยักหน้า ก่อนจะรำพึงอย่างอ่อนใจ
“โธ่เอ๊ย...แม่คิดอยู่แล้วว่าต้องไปกันไม่รอด...อายุแค่นี้ต้องมาเป็นแม่ม่ายแม่ร้าง โธ่...กะอยู่แล้วว่าไอ้เจ้าอัศนีย์นี่ต้องก่อเรื่อง ถ้าเป็นชายรองก็ไม่เป็นอย่างนี้หรอก”
ooooooo
สาลินรับรู้ข่าวการกลับมาของคุณหญิงเทพี-เพ็ญแสงหรือคุณหญิงก้อยด้วยความรู้สึกเฉยๆ ไม่เห่อ ไม่ตื่นเต้นเหมือนคนอื่น แต่กลับชอบใจมากกว่า เมื่อไนเจลบอสหนุ่มพาจิตริณี เลขาสาวสวยจบจากเมืองนอกมาให้รู้จัก
ฝ่ายคุณหญิงก้อย...ไม่แคร์ว่าใครจะอยากรู้อยากเห็นเรื่องเธอบ้าง เพราะมีเพียงคุณชายรองที่เธออยากให้สน และขั้นแรกของการขอคืนดีคือตามหาแหวนแทนใจของเขา
บ่าวไพร่ในวังรัชนีกุลวิ่งกันให้วุ่น เมื่อคุณหญิงก้อยมีคำสั่งให้ตามหาแหวนเกลี้ยงหัวฝังพลอย คุณหญิงกลางได้แต่มองเหตุการณ์ทุกอย่างด้วยความหน่ายใจ ก่อนจะตัดสินใจหยิบแหวนมาคืนเพื่อจบปัญหา
“เอ๊ะ...แล้วแหวนของหญิงไปอยู่กับพี่หญิงได้ยังไงคะ”
“หญิงจำไม่ได้หรือจ๊ะ ก่อนที่หญิงจะไปอเมริกาน่ะ หญิงโละของเก่าบอกให้พี่ไปบริจาค พี่เจอแหวนนี่ในกล่อง เห็นสลักชื่อวุฒิวงศ์ก็เลยบริจาคไม่ลง เลยตัดสินใจเก็บไว้ให้”
คุณหญิงก้อยไม่ได้ยี่หระกับน้ำใจพี่สาว สวมแหวนเกลี้ยงบนนิ้ว ก่อนจะพูดด้วยท่าทางอารมณ์ดี
“หญิงจะกลับไปหาคุณรอง ไปขอโทษทุกเรื่องที่หญิงทำพลาดไป”
“สิ่งที่เธอทำพลาด คือทรยศเขาอย่างเลือดเย็นที่สุด คิดว่าคุณรองเขาจะให้อภัยเธองั้นหรือ”
“พี่กลางถึงต้องช่วยหญิงไงคะ แค่นัดเดทให้หญิงก็พอ แล้วหญิงจะจัดการทุกอย่างเอง”
“แน่ใจในตัวเองมากเลยนะจ๊ะหญิง”
“แน่ใจสิคะ คุณรองรักหญิง เขาให้อภัยหญิงได้เสมอ”
ท่าทางมั่นใจของน้องสาวทำให้คุณหญิงกลางหนักใจมาก ไม่เห็นด้วยเลย แต่ก็ห้ามไม่ได้เพราะรู้นิสัยกันดี
เวลาเดียวกันที่ตำหนักเล็กวังวุฒิเวสม์...คุณชายบดินทราชทรงพลหรือคุณชายเล็ก ซึ่งเพิ่งกลับจากทำงานและรู้ข่าวการกลับมาของคุณหญิงก้อยแล้ว อดบ่นกับนมย้อยไม่ได้ ด้วยความเป็นห่วงพี่ชายคนรอง
“คู่กันแล้วต้องไม่แคล้วกัน ให้พลัดพรากยังไงก็ต้องหวนกลับมาเจอกัน แต่ถ้าไม่ใช่ ยังไงก็ไม่ใช่ค่ะ”
“ไม่รู้ว่าเรื่องพี่รองกับหญิงก้อยจะลงเอยแบบไหนนะครับ”
“เขาว่ากันว่า...คนคำนวณไม่สู้ฟ้าลิขิตนะคะ”
“นั่นน่ะสิฮะ เฮ้อ...ไปอยู่เมืองนอกสามสี่ปี คิดถึงนิทานของนมจังเลย”
“ดู้...โตจนป่านนี้แล้ว ยังจะฟังนิทานอีกหรือคะ เอาเรื่องอะไรดีคะ”
“เรื่องอะไรก็ได้ฮะ ขอให้จบแบบแฮปปี้หน่อยก็แล้วกัน”
จบคำก็นอนหนุนตัก ปล่อยให้นมย้อยเล่านิทานให้ฟังจนผล็อยหลับภายในเวลาไม่นานเหมือนตอนเด็กๆ
ooooooo
“ไปจีบแฟนคนอื่นน่ะ ไม่รู้สึกว่าทำผิดเลยหรือ”
“ใครว่าจีบ แค่ขอจูบเท่านั้นเอง เธอรู้จักมันไหม”
“คุณชายกิตติราชนรินทร์ วุฒิวงศ์...เธอไม่ควรไปมีเรื่องกับเขาเลยนะ”
“โธ่...ไอ้เจ้าหางแถว ฉันไม่สนสักนิด”
“ควรจะสนไว้บ้าง ถึงเธอจะเป็นลูกอภิมหาเศรษฐี แต่ก็แค่ลูกพ่อค้า จะไปเทียบอะไรกับลูกเจ้าลูกนาย”
พูดจบก็ผละไป ทิ้งอัศนีย์ยืนฮึดฮัดคนเดียว หมายมั่นปั้นมือ ต้องแย่งคุณหญิงก้อยมาครองให้ได้!
เวลาต่อมาที่หน้าวังรัชนีกุล...คุณหญิงก้อยรีบลงจากรถ ไม่อยากคุยหรือฟังอะไรจากชายคนรัก แต่คุณชายรองแห่งวังวุฒิเวสม์ก็ไม่ยอมง่ายๆ ถลาตามไปรั้งตัวไว้
“จะหนีไปไหน เราต้องคุยกับให้รู้เรื่อง ที่หญิงไปเฟลิตกับเจ้านั่น หญิงคิดอะไรอยู่”
“หญิงไม่คุยถ้าคุณชายยังเต็มไปด้วยอคติแบบนี้”
“อคติหรือ...ที่ผมเห็นหญิงแทบจะจูบเจ้านั่น นี่เรียกว่าอคติหรือครับ”
“มันไม่ใช่อย่างที่คุณรองคิด คุณอัศนีย์เป็นเพื่อน เราแค่เต้นรำด้วยกัน แล้วเขาก็กระซิบข้างหูหญิงเท่านั้น แต่ความหึงหวงหน้ามืดตามัวของคุณรองต่างหากที่ตีความผิดเพี้ยนไปได้ถึงขนาดนั้น”
“ตาผมไม่ได้เพี้ยน ผมเห็นหญิงเฟลิตกับมัน”
“อย่าลืมสิคะว่าตรงนั้นเป็นที่มืด แล้วคุณชายก็เมาเสียขนาดนี้...คุณชายคิดว่าหญิงง่าย จูบกับผู้ชายที่เพิ่งรู้จักในคืนเดียวได้เหรอคะ คุณชายคิดว่าหญิงทำตัวต่ำ เหมือนหญิงข้างถนนแบบนั้นเลยงั้นเหรอ”
คุณชายรองเถียงไม่ออก น้ำเสียงแดกดันและน้ำตาของเธอทำให้ใจอ่อนยวบ ก่อนจะร้าวรานไปทั้งอก เมื่อเธอบอกเลิก และคุณหญิงก้อยก็รู้ถึงความได้เปรียบนี้ดี จึงแกล้งตีหน้าเศร้า ตัดพ้อด้วยความน้อยใจ
“ถ้าคุณชายรักหญิง...ก็อย่าทำร้ายหญิงแบบนี้สิคะ”
“ผมไม่ได้ตั้งใจ สัญญาครับ...จะไม่ทำร้ายจิตใจหญิงแบบนี้อีกแล้ว”
“ไม่รู้เหรอคะคุณรอง หญิงไม่มีวันปันใจให้ชายอื่น เพราะหญิงรักและเทิดทูนคุณรองเป็นเจ้าชีวิตของหญิงแท้ๆ”
ooooooo
ศุภรทำหน้าไม่อยากเชื่อ เมื่อได้ยินจากคุณชายกิตติราชนรินทร์หรือคุณชายรอง เพื่อนหนุ่มจากวังวุฒิเวสม์ ว่าทุกอย่างเมื่อคืนจบลงด้วยดี คุณหญิงเทพี-เพ็ญแสงกับอัศนีย์เป็นแค่เพื่อนเท่านั้น
“หญิงก้อยรักฉัน เรารักกันมาตั้งแต่สมัยมัธยม ไม่มีวันทรยศฉันเด็ดขาด”
“เอาๆ จะเชื่ออย่างนั้นก็ตามใจ แล้วตอนนี้หญิงก้อยไปไหนล่ะ”
“เขาขอพักผ่อนสักสองสามวันน่ะ”
แต่ที่คุณชายรองไม่รู้ คือสองสามวันของคุณหญิงก้อย ไม่ได้หมดไปกับการพักใจ แต่หายไปพัทยากับอัศนีย์ เพื่อนหนุ่มคนใหม่ที่ทำท่าจะได้เลื่อนตำแหน่งในเร็ววัน และหนุ่มหล่อพ่อรวยก็เร่งทำคะแนน ทั้งเอาอกเอาใจ ปรนเปรอด้วยข้าวของมีราคาและบริการหรู ปิดท้ายด้วยยื่นข้อเสนอขอให้เธอไปแต่งงานกันที่อเมริกา!
ระหว่างที่คุณหญิงก้อยหลงละเลิงกับคำขอแต่งงานและแหวนเพชรหรูจากอัศนีย์ กิตติคร่ำเคร่งกับการตรวจรายงานกิจการผ้าไหมซึ่งเปิดร่วมกับศุภรที่ร้านอาหารหรู เช่นเดียวกับสาลิน มาพักทานกลางวันกับบราลีและลลิตา และแล้วก็เหมือนโชคชะตาเล่นตลก เมื่อบรรณารักษ์สาวคนใหม่เจอกับคุณชายคู่ปรับอีกครั้งที่หน้าห้องน้ำ สาลินชะงักไปอึดใจ ก่อนจะสะบัดหน้าหนี แต่ก็ถูกคุณชายคู่ปรับรั้งไว้
“เดี๋ยว...ตกลงวันนี้เธอเป็นพนักงานหรือเป็นลูกค้าของร้าน”
สาลินกวนประสาทกลับ “อยากให้ฉันเป็นอะไรล่ะ”
“จะเป็นอะไรก็แล้วแต่ เธอต้องรับผิดชอบที่แกล้งทำน้ำเปียกกางเกงฉันวันนั้น”
“งั้นก็ต้องขอโทษฉันก่อนสิ ที่ว่าฉันไม่รู้ประสาบ้าง มารยาททรามบ้าง”
“ฉันมีสิทธิ์ว่าเธอในฐานะที่เธอเป็นสาวเสิร์ฟที่ไม่ได้เรื่อง”
“ถ้าคุณมีสายตาและมันสมองที่ได้เรื่องอยู่บ้าง น่าจะแยกแยะออกว่าฉันคือลูกค้า...ไม่ใช่สาวเสิร์ฟ”
กิตติพยายามข่มอารมณ์อย่างมาก ตอกกลับแบบไม่ไว้หน้า “ฉันแยกแยะไม่ออกหรอก เธอแต่งตัวหลอกได้เหมือนขนาดนั้น ตกลงแต่งหลอกชาวบ้านหวังทิป หรือหวังกินอาหารฟรีกันแน่”
สาลินโกรธมาก ต่อปากต่อคำกับเขาอีกหลายยก แต่คุณชายคู่ปรับก็ไม่ลดราวาศอกให้ จนบรรณารักษ์สาวเหลืออด คว้าแก้วจากถาดน้ำของบริกรมาราดลงเป้ากางเกงเขาจนเปียกชุ่ม!
แต่ความสะใจก็อยู่กับสาลินได้ไม่นาน เมื่อเธอกับบราลีและลลิตาเดินจ้ำอ้าวออกจากร้านอาหาร ก็ถูกกรรมตามสนอง เมื่อรถยุโรปคันยาวของคุณชายคู่ปรับแล่นผ่านแอ่งน้ำท่วมขัง สาดใส่เธอจนชุดเลอะเทอะอีกครั้ง
ooooooo
กระแสข่าวคู่หมั้นคู่หมายของคุณชายดิเรก-ราชวิทย์ หรือคุณชายโตหนาหูขึ้นทุกวัน จนจรวยอดร้อนใจไม่ได้ ต้องใช้ไม้ตาย แอบลอบเข้าห้องคุณชายโตอีกครั้ง และครั้งนี้ก็ได้ผลดีเกินคาด เมื่อหม่อมอำพันผ่านมาเห็น และถึงกับเป็นลมเมื่อได้เห็นลูกชายคนโตมีสัมพันธ์สวาทกับสาวใช้ทรงโต!
คุณชายกิตติราชนรินทร์หรือคุณชายรองถูกเรียกมาเป็นพยานหลังจากนั้น เมื่อหม่อมอำพันจัดแจงเรียกทุกคนมาพบ นมย้อยตามมาด้วย เพราะไม่อยากให้เป็นเรื่องใหญ่ แต่ก็เหมือนช่วยอะไรไม่ได้ เพราะหม่อมอำพันโมโหมาก จะส่งจรวยไปนอกเมือง ไม่ให้อยู่ปรนเปรอสวาทลูกชายให้รกหูรกตาอีก
จรวยแค้นมาก แต่พยายามข่มอารมณ์ไว้ บีบน้ำตาเรียกคะแนนความสงสาร จนคุณชายโตใจอ่อน
“หม่อมแม่ จรวยเป็นเมียผม ผมต้องรับผิดชอบ”
“มันจะมีแต่ผิดสิยะ ชอบไม่มี เธอนะเธอ ลองเสด็จทรงรู้เข้าเป็นได้ร้อนกันไปหมด นังจรวย...นับแต่นี้หล่อนห้ามเสนอหน้าขึ้นมาบนตำหนักอีก จำไว้นะยะ อย่าให้เรื่องนี้ถึงพระเนตรพระกรรณได้เป็นอันขาด”
จรวยกัดฟันแน่น จำต้องรับคำสั่งเพราะไม่มีทางเลือก หม่อมอำพันพอใจมาก แต่ไม่วายกำชับลูกชายคนรอง
“เธอด้วยชายรอง ช่วยกันปิดความให้ดี”
คุณชายรองก้มหน้ารับคำสั่งแบบเสียไม่ได้ ก่อนจะไประบายความไม่ชอบใจกับพี่ชายในเวลาต่อมา โดยเฉพาะที่อีกฝ่ายจะเก็บเรื่องจรวยเป็นความลับจากเสด็จพระองค์หญิง ตามคำสั่งของแม่
“ในเมื่อพี่บอกจะรับผิดชอบจรวย ก็ควรทำเป็นกิจจะลักษณะ หลานคุณป้าสอางค์จะได้ไม่เป็นหม้ายขันหมาก”
“ใครบอกว่าฉันจะให้เจ้าหล่อนเป็นหม้ายขันหมาก ฉันจะแต่งเมียตามที่ทรงโปรด แต่จะขอเมียบ่าวไว้รับใช้”
“แต่ผมว่ามันไม่ยุติธรรม ที่ผู้หญิงดีๆสักคนต้องมาโดนกดขี่แบบนี้”
“ชายรอง...แกอยู่อังกฤษมาแค่สามปี อย่ามาทำตามธรรมเนียมผู้ดีฝรั่งอั้งหม้อหน่อยเลย ฝรั่งมันผัวเดียวเมียเดียว แต่ผู้ชายไทยมีได้หลายเมีย บางคนมีเป็นสิบเป็นร้อยด้วยซ้ำ”
คุณชายโตผละไปแล้ว ไม่ได้ยี่หระหรือรู้สึกผิดกับพฤติกรรมของตนแม้แต่น้อย คุณชายรองได้แต่มองตามด้วยความเอือมระอา ก่อนจะพยายามสงบจิตสงบใจ เพราะต้องไปวังรัชนีกุลเพื่อเอาใจหญิงคนรัก
แต่คุณหญิงเทพีเพ็ญแสงหรือคุณหญิงก้อย ก็ทำให้คุณชายรองแทบทรุด เมื่อเธอบอกจะไปเรียนต่อที่อเมริกา
“หญิง...เด็จป้าส่งผมไปอังกฤษ ต้องจากหญิงไปตั้งสามปี นี่กลับมาแทนที่จะได้อยู่ด้วยกัน หญิงกลับจะทิ้งผม”
“หญิงไม่ได้ทิ้งคุณรองนะคะ หญิงไปเพื่ออนาคตของเราต่างหาก คุณรองเคยพูดให้หญิงเตรียมตัวเป็นภริยาทูตในอนาคต ต่อไปคุณรองจะเป็นถึงเอกอัครราชทูต แล้วหญิงมีความรู้แค่นี้ จะออกหน้าออกตาทัดเทียมคุณรองได้ยังไง”
“หมายความว่าหญิงทำเพื่อผม”
“ไม่ใช่เพื่อคุณรอง จะให้หญิงทำเพื่อใครล่ะคะ”
คุณชายรองตามมารยาหญิงไม่ทัน เชื่อและปลื้มสุดหัวใจที่หญิงคนรักยอมทำเพื่อเขาขนาดนี้ ต่างจากคุณหญิงศศิรัชนีหรือคุณหญิงกลาง พี่สาวคุณหญิงก้อย สังหรณ์ใจว่าการไปอเมริกาครั้งนี้ต้องไม่ธรรมดา
“หญิงก้อย...เรื่องนี้ปรึกษาท่านพ่อแล้วหรือยัง”
“ท่านพ่อเด็จต่างประเทศตลอด ทรงมีเวลาให้หญิงปรึกษาเหรอคะ”
“เฮ้อ...พี่ไม่รู้แล้วว่าเธอคิดอะไรอยู่ แต่มันดูมีเงื่อนงำยังไงชอบกล ตั้งแต่เธอหายไปพัทยาเมื่อสองสามวันก่อน...ที่ไปอเมริกา ไปเรียนแน่หรือ เธอไม่ใช่คนใฝ่เรียนเท่าไหร่”
“อ้อ...ค่ะ พี่หญิงคะ...ของเก่าพวกนี้ พี่ช่วยเอาไปบริจาคทีนะคะ หญิงไม่ใช้แล้ว”
จบคำก็เปลี่ยนเรื่อง ชี้ไปที่กองเสื้อผ้าบนเตียง พร้อมโยนแหวนเกลี้ยงหัวฝังพลอย ของแทนใจคุณชายรองลงกล่อง คุณหญิงกลางมองตามแล้วสงสัย อดไม่ได้ต้องหยิบมาดู เห็นรอยสลักสกุลวุฒิวงศ์ เลยตัดสินใจเก็บไว้ให้
ooooooo
คุณชายบดินทราชทรงพลหรือคุณชายเล็กแอบกลับจากเมืองนอก และตรงมาวังวุฒิเวสม์โดยไม่บอกให้ใครรู้ แถมนึกสนุก เข้าไปกราบหม่อมอำพันที่กำลังลุ้นไพ่ตัวโก่ง จนขาไพ่แตกกระเจิง!
อารมณ์เกรี้ยวกราดของหม่อมอำพัน ไม่ได้ทำให้คุณชายเล็กยี่หระนัก นึกขำมากกว่า จนเมื่อคุณชายรองกลับมาในเย็นวันเดียวกัน ต้องช่วยไกล่เกลี่ย แต่หม่อมอำพันก็ไม่หายเคือง
“ตารอง...ดูน้องแกนะ ทำอะไรอย่างนี้ไม่รู้ พิลึก พิเรนทร์ พิสดาร”
“โธ่หม่อม...ผมแค่ทักทายญาติมิตรหม่อมเล่นๆเท่านั้นเอง”
“เล่นๆอะไรยะ ท่านหญิงวาดเป็นลม ดีไม่ตายคาวงไพ่ คุณหญิงเสนาก็เกือบจมน้ำในบึงตาย คุณนายป๋อมก็ตกลงมาจากรั้ว ดีที่แข้งขาไม่หัก ดีนะยะเขาไม่ไปฟ้องผัวเขา”
“คุณนายผู้กำกับบาดเจ็บคาบ่อน ถ้าฟ้องมันจะเข้าตัวนะครับ”
หม่อมอำพันค้อนตาคว่ำ ก่อนจะเปลี่ยนเรื่อง ทวงบุญคุณลูกชายคนเล็ก
“กลับมาก็ดี จะได้ช่วยฉันทำมาหากิน อย่าลืม มรดกของท่านพ่อก็แบ่งกันไปแล้ว มีติดตัวกันคนละกระผีกริ้น”
คุณชายเล็กยิ้มกว้าง ไม่เดือดเนื้อร้อนใจ แถมโบ้ยไปให้พี่ชายคนโต “งั้นผมคงต้องพึ่งใบบุญพี่ชายโตแล้วล่ะครับ พี่ชายกำลังจะแต่งกับสาวเจ้าที่เสด็จประทานมาให้ คงได้สมบัติมาตั้งตัวไม่น้อยเชียวล่ะ”
คุณชายโตรีบออกตัว “นี่...นายอย่ามาพล่ามให้หม่อมแม่เข้าใจผิดเลย นายทำงานบริษัทน้ำมันฝรั่ง เขาจ่ายเป็นเงินดอลลาร์ คิดเป็นเงินไทย มากกว่าฉันกับนายรองสี่ห้าเท่าตัว”
หม่อมอำพันตาโต เช่นเดียวกับจรวย ไม่อยากเชื่อเลยว่าคุณชายเล็กจะได้เงินเดือนมากมายขนาดนั้น คุณชายรองต้องช่วยยืนยันแทนน้องชายว่าเป็นความจริงแน่นอน
“อุ๊ย...ดีเลย เจียดมาให้แม่ใช้บ้าง จะไว้เป็นเงินทุนสำรอง เผื่อเหลือเผื่อขาด”
“หม่อมจะลงทุนที่ไหนหรือครับ”
“ก็ในวงสโมสรของฉันน่ะสิยะ”
คุณชายเล็กกลั้นยิ้มแทบแย่ ก่อนจะแซว “อ้อ... สโมสรบ่อนหม่อมอำพันน่ะเอง”
หลังพูดคุยกันตามประสาพี่น้องแบบพอหอมปากหอมคอ คุณชายเล็กก็ตามคุณชายรองไปเฝ้าเสด็จพระองค์หญิงที่ตำหนักใหญ่ สาวๆต้นห้องเสด็จฯยิ้มชอบใจใหญ่ ที่ขวัญใจคนดังอย่างคุณชายเล็กกลับจากเมืองนอก
เสด็จพระองค์หญิงก็ปลื้มใจกับความสำเร็จของหลานชายคนเล็ก แต่ไม่วายอ่อนใจกับคารมของอีกฝ่าย ที่ชอบค่อนแคะแดกดันตัวเองขำๆว่าเป็นลูกชายบ่าวไม่ใช่ราชนิกุลเหมือนพี่ชายอีกสองคน
“พูดอะไร...ลูกบ่งลูกบ่าว หม่อมแม่แกเขาไม่โกรธตายหรือ”
“โธ่...หม่อมนั่นแหละเป็นคนพูดพ่ะย่ะค่ะ ว่าพี่โตน่ะลูกหม่อม พี่รองน่ะลูกเสด็จ แต่เกล้าฯน่ะลูกนมย้อย”
“แกจะมาน้อยอกน้อยใจอะไรตอนนี้”
“ใครว่าเกล้าฯน้อยใจ เกล้าฯชอบจะตาย ว่าบ้านเกล้าฯน่ะไม่เหมือนใครดี จริงไหมพี่รอง”
คุณชายรองพลอยขำไปด้วย รู้ดีว่าน้องชายช่างเย้าแหย่ไปแบบนั้นเอง ไม่ได้คิดจริงจังอย่างที่พูด
คุณสอางค์ซึ่งนั่งฟังอยู่ด้วย อดหัวเราะด้วยความเอ็นดูไม่ได้ จนคุณชายเล็กสังเกตเห็น
“คุณสอางค์ นี่คุณสอางค์หรือครับ โธ่...ผมจำไม่ได้”
“อะไรกันคะ เห็นมาแต่อ้อนแต่ออก จำดิฉันไม่ได้”
“ก็ผมไม่อยู่สามสี่ปี แต่คุณสอางค์กลับสวยขึ้น สาวขึ้นกว่าเดิม แล้วผมจะจำได้ยังไงล่ะครับ”
คุณสอางค์ยิ้มไม่หุบ จนเสด็จฯอดขำไม่ได้ และอารมณ์ดีพอจะเย้าหลานชายคนเล็ก
“เฮ้อ...ฉันก็คิดว่าแกจะพาเมียแหม่มมาไหว้เสียอีก”
“โธ่...ยังหรอกพ่ะย่ะค่ะ เกล้าฯเป็นน้องเล็ก จะรีบร้อนทำไม รอให้พี่โต พี่รองแต่งก่อนเถอะพ่ะย่ะค่ะ”
คุณชายรองรีบออกตัวว่าคงอีกนาน เพราะคุณหญิงก้อยจะไปเรียนต่อ เสด็จฯไม่ชอบใจเรื่องราชนิกุลหญิงคนรักของหลานชายคนรองนัก เลยตัดบทเปลี่ยนเรื่องชวนทั้งสองทานมื้อเย็น
คุณชายเล็กเข้าใจทุกอย่าง ไม่คิดแสดงความเห็นอะไรเรื่องคนรักของพี่ชายคนรอง เช่นเดียวกับความลับของพี่ชายคนโต ที่เขาแอบเห็นจรวยลอบเข้าหาตั้งแต่คืนแรกที่เหยียบเมืองไทย
ooooooo
นอกจากจะทำให้หม่อมอำพันและทุกคนในตำหนักเล็กล่วงรู้ถึงความสัมพันธ์ของตัวเองกับคุณชายโตแล้ว จรวยยังแผนสูง หวังทำให้เสด็จพระองค์หญิงรู้ความจริงเรื่องนี้ด้วย หม่อมอำพันจะได้ไม่หาเรื่องส่งเธอออกนอกเมืองอีก และสาวใช้ทรงโตก็สบโอกาส เมื่อเสด็จฯเสด็จมาประทับที่ศาลาใกล้ตำหนักเล็ก
จรวยยอมขัดคำสั่งหม่อมอำพัน ยกถาดน้ำชาและของว่างมาเสิร์ฟ และแม้จะถูกกันท่าและกีดกันเท่าไหร่ สาวใช้ทรงโตก็ไม่สนใจ แกล้งทำท่าแพ้ท้องต่อหน้าเสด็จฯกับคุณสอางค์ จนความลับแตก!
“หม่อมฉันท้องกับคุณชายโตเพคะ”
คุณสอางค์ถึงกับเป็นลมเมื่อได้ยิน และไม่รอช้าจะไปแจ้งข่าวคุณสร้อย น้องสาวคนเดียวที่บ้านราชดำริ
“คุณชายโตได้นังข้าหลวงในตำหนักเป็นเมีย ถึงขั้นท้อง แล้วก็หลงหัวปักหัวปํา จะยกเป็นเมียออกหน้าออกตา”
“แล้วนี่แม่ศรีจะเป็นยังไง”
“จะเป็นยังไง ก็เป็นหม้ายขันหมากเหมือนฉันน่ะสิยะ”
จบคำก็ร้องไห้สะอึกสะอื้น สงสารหลานสาวคนโตเหลือเกิน ต้องเจอเรื่องน่าเศร้าแบบตนในอดีต คือพลาดหวังจากท่านชายในวังวุฒิเวสม์ อุ่นเรือนพยายามปลอบไม่ให้สองสาวใหญ่คิดมาก ก่อนจะหน้าเสีย เมื่อศรีจิตราเดิน
เข้ามาในห้องโถง ในสภาพเตรียมพร้อมเข้ากระโจมอบผิว เหมือนเคย
คุณสร้อยเห็นหลานสาวก็อารมณ์เสีย แต่โทษใครไม่ได้ เลยไปเอ็ดกับบ่าวไพร่ที่ช่วยกันเตรียมกระโจม
“กางทำไมยะ เลิก...ไม่ต้องไปบ่มมันแล้วผิวชาววัง เอาเวลาไปบ่มมะม่วง บ่มละมุด ยังจะเกิดประโยชน์กว่า”
คุณสอางค์ร่ำไห้ด้วยความสะเทือนใจ คุณสร้อยต้องควักยาดมให้ โดยมีอุ่นเรือนดูแลไม่ห่าง ส่วนศรีจิตราได้แต่มองตามเครียดๆ อยากร้องไห้ตามใจแทบขาด แต่ก็ต้องกลั้นไว้ ไม่อยากทำให้ใครเป็นห่วง
สถานการณ์บ้านราชดำริว่าหดหู่แล้ว ตำหนักเล็กแห่งวังวุฒิเวสม์น่าสมเพชไม่ต่างกัน เมื่อจรวยปั้นหน้าโศก ร้องห่มร้องไห้ขอความเห็นใจจากหม่อมอำพัน พร้อมกับพร่ำขอโทษ ที่หลุดปากเรื่องความสัมพันธ์และเรื่องท้องกับคุณชายโต หม่อมอำพันไม่เชื่อ แถมดัดหลังเอาคืนด้วยการสั่งคุณชายเล็กให้สลับห้องกับคุณชายโต
คุณชายโตหน้าเสีย มั่นใจว่าตัวเองเสียตำแหน่งลูกชายคนโปรดแล้ว แต่ก็ต้องทำใจ ก้มหน้ารับผิดชอบสิ่งที่ตัวเองก่อ ส่วนคุณชายเล็กได้แต่มองมาด้วยความเห็นใจ ไม่ได้อยากย้ายห้องเลย แต่ก็ขัดคำสั่งแม่ไม่ได้
เย็นวันเดียวกันที่บ้านราชดำริ...สาลินในชุดทำงาน ถลาเข้าคุยกับแม่และพี่สาวด้วยความเป็นห่วง
“พอหนูรู้ข่าวก็รีบมาเลย โทร.ไปบอกที่บ้านสวนแล้วค่ะว่าจะมาค้าง แล้วนี่จะเอายังไงคะ”
อุ่นเรือนเป็นคนตอบ “ก็ต้องยกเลิกทั้งหมด ที่เตรียมตัวจะเข้าวังก็ล้มไป”
“ผิดจากที่หนูว่าไหมล่ะ มีเมียซุกเมียซ่อนจริงๆ แล้วพี่ศรีก็เลยกลายเป็นแม่สายบัวแต่งตัวเก้อ”
ศรีจิตราถึงกับสะอึก น้ำตาเจียนไหลอย่างช่วยไม่ได้ อุ่นเรือนต้องปรามลูกสาวคนเล็กไม่ให้พูดมาก ก่อนจะผละออกจากห้อง ทิ้งให้สองพี่น้องปลอบใจกันตามลำพัง
“พี่ไม่เป็นไรหรอกสา แค่...รู้สึกอับอายเท่านั้น”
“ไม่ต้องอายนะ พี่ไม่ได้ทำผิดอะไร ความผิดอยู่ที่อีตาคุณชายนั่นต่างหาก!”
ท่าทางเป็นเดือดเป็นร้อนของน้องสาว จนพลอยร้องไห้ตาม ทำให้ศรีจิตราอดยิ้มไม่ได้
สาลินปาดน้ำตา พึมพำเสียงอ่อย “ก็หนูสงสารพี่ศรีนี่”
ooooooo
วันเวลาผ่านไป...สถานการณ์ในวังวุฒิเวสม์เริ่มเข้าที่เข้าทาง คุณชายโตใช้ชีวิตฉันผัวเมียกับจรวย ส่วนคุณชายเล็ก เริ่มทำงานที่บริษัทน้ำมันของฝรั่งอย่างเป็นทางการ มีเพียงคุณชายรอง ยังใช้ชีวิตเหมือนเดิม จนกระทั่งวันที่เขาได้ยินข่าวใหญ่ของหญิงคนรัก ที่บินลัดฟ้าไป
เรียนต่อที่อเมริกาเมื่อหลายเดือนก่อน
“บินลัดฟ้าจากเมืองไทยไปศึกษาต่อนิวยอร์กได้ไม่ถึงสามเดือน ม.ร.ว.เทพีเพ็ญแสง รัชนีกุล กลับแต่งงานเสียแล้วกับอัศนีย์ เถลิงการ ทายาทมหาเศรษฐีของนายอรรถ เถลิงการ เจ้าพ่อการตลาดของเมืองไทย”
พาดหัวข่าวบนหน้าหนังสือพิมพ์และภาพบรรยากาศงานแต่งหรูหราของราชนิกุลสาวกับหนุ่มหล่อพ่อรวย กลายเป็นข่าวดังทั่วพระนคร โดยเฉพาะฉบับของวิรงรอง ตีข่าวใหญ่ เพราะได้แหล่งข่าวดีจากนิวยอร์ก
และก็เพราะภาพข่าวงานแต่งของคุณหญิงก้อยกับอัศนีย์นี่เอง ทำให้ทุกคนที่วังวุฒิเวสม์ร้อนเป็นไฟ ไม่เว้นแม้แต่เสด็จพระองค์หญิง ทอดพระเนตรภาพและข้อความในข่าว แล้วก็ถอนพระทัยยาว
“น่าสมเพชแม่ก้อย...ดูรึเป็นลูกชาติลูกตระกูล กลับชิงสุกก่อนห่าม ไปรวบรัดแต่งงานที่โน่น”
คุณสอางค์พยายามมองโลกในแง่ดี “ข่าวบอกมีพระญาติไปร่วมงานเยอะแยะนะเพคะ”
“จริงที่ไหนกันเล่า มีแค่ตาจันทร์กับหม่อมวาณีบินไปกันแค่สองคน ตาจันทร์น่ะ คงอายจนไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน แม่ก้อยนี่ก็เต็มที ทำอะไรก็เอาแต่ใจตัว ไม่รู้ว่าตารองรักใคร่อะไรนักหนา”
“แหม...ก็เธองามยังกะดาราฮอลลีวูด”
มาลากับวรรณา สาวๆต้นห้องเสด็จฯพยักเพยิดเห็นด้วย ก่อนจะซุบซิบกันว่าคุณหญิงก้อยอาจพลาดท่าเสียทีแล้ว ถึงต้องแต่งงานกะทันหัน คุณสอางค์ก็คิดไม่ต่างแต่ไม่กล้าพูด กลัวเสด็จฯจะคิดมากเพราะเป็นห่วงคุณชายรอง
ข่าวงานแต่งของคุณหญิงก้อย ทำให้คุณชายรองหัวใจสลายจริงๆ ยิ่งคุณหญิงศศิรัชนีหรือคุณหญิงกลาง ยืนยันว่าทุกอย่างเป็นความจริง ราชนิกุลหนุ่มก็แทบเข่าอ่อน หมดอาลัยจนไม่มีแก่ใจจะทำงาน
คุณชายโตเห็นน้องชายคนรองกลับมาถึงตำหนักเล็กในเย็นวันเดียวกัน ก็อดเห็นใจไม่ได้
“พี่เสียใจด้วยนะ...มันไม่น่าเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นได้เลย มีปัญหาส่วนตัวกันหรือเปล่า”
“เรื่องส่วนตัวไม่มีหรอกครับ ถ้าจะมีก็คงเพราะเรารวยไม่พอ เมื่อเทียบกับตระกูลเถลิงการ”
พูดจบก็จะเข้าห้อง แต่ไม่ทันขยับ หม่อมอำพันก็โผล่มาพร้อมหนังสือพิมพ์ในมือ โดยมีเจียมกับน้อม สาวใช้ประจำตำหนักเล็ก และจรวยซึ่งเริ่มท้องโย้นิดๆ เดินตามมาด้วย
“แม่นี่มันยังไงกัน รักใคร่กับลูกอยู่ดีๆ ดันไปเลือกไอ้เพลย์บอยลูกอาเสี่ยมาเป็นผัว...ทำไมใฝ่ต่ำแบบนี้ แต่ก็ดีแล้วเลิกๆกันไป ฉันไม่อยากได้สะใภ้คุณหญิง แต่ใจต่ำเหมือนนังคณิกา เท่าที่มีอยู่นี่ก็เกินทนแล้ว”
จรวยเจ็บใจนักที่ถูกพูดกระทบ แต่ก็ตอกกลับไม่ได้ คุณชายโตมองมาด้วยความสงสาร เลยออกรับหน้าแทน
“แม่ครับ...ทำไมว่าเมียผมอย่างนั้น จรวยกำลังท้อง เกิดแท้งขึ้นมาจะว่ายังไง”
“ก็ดีสิ ฉันจะได้ไม่ต้องมารับเลี้ยงหลานไพร่ๆของแก!”
จรวยร้องไห้โฮ คุณชายโตต้องพากลับห้อง โดยมีหม่อมอำพันเอ็ดไล่หลังอีกหลายประโยค คุณชายรองมองเหตุการณ์ทุกอย่างเซ็งๆ ก่อนจะแยกตัวไปสงบสติอารมณ์
คุณชายบดินทราชทรงพลหรือคุณชายเล็ก เป็นคนต่อมาที่พยายามจะปลอบใจพี่ชายคนรอง แต่ก็จำต้องถอย เมื่ออีกฝ่ายขอทำใจคนเดียว แม้แต่เสด็จพระองค์หญิง ก็อยากแวะไปดูอาการหลานชายคนโปรด แต่ต้องยับยั้งใจไว้ เพราะรู้จักนิสัยดีว่าคงอยากอยู่ตามลำพัง ไม่ชอบระบายความอึดอัดใจกับใคร
ooooooo
หลังงานแต่งงานหรูหราที่นิวยอร์ก คุณหญิงเทพีเพ็ญแสงหรือคุณหญิงก้อย ก็หลงเพริศกับความสุขสบายที่สามีหมาดๆปรนเปรอให้ แต่เพียงไม่นาน... ราชนิกุลสาวก็เริ่มออกอาการ เพราะแม้อัศนีย์จะพยายามเอาใจ แต่ภรรยาจอมเจ้ายศเจ้าอย่าง ก็ถือตัว เย่อหยิ่ง และมองไม่เห็นหัวใครแม้แต่พ่อแม่สามี
ฝ่ายคุณชายกิตติราชนรินทร์หรือคุณชายรอง พยายามทำใจจากอาการอกหัก ด้วยการทุ่มเทกับกิจการผ้าไหมที่ร่วมลงทุนกับศุภรเพื่อนสนิท เสด็จพระองค์หญิงเห็นดีเห็นงามด้วย และทรงช่วยสนับสนุนเท่าที่ได้ ต่างจากคุณสอางค์ เห็นว่าอาชีพพ่อค้าพ่อขายเป็นอาชีพสำหรับสามัญชน ไม่สมเกียรติเชื้อพระวงศ์
คุณชายรองส่ายหน้า อธิบายเหตุผลยิ้มๆ “โธ่...ยุคสมัยมันเปลี่ยนไปแล้ว งานสุจริตทุกอย่างก็มีเกียรติ ทั้งนั้นล่ะครับ อีกอย่าง...ยิ่งทำงานมาก ก็ยิ่งไม่มีเวลามาคิดอะไรฟุ้งซ่าน”
น้ำเสียงเรียบๆ ซ่อนความสะเทือนใจของหลานชายคนโปรด ทำให้เสด็จฯนึกเวทนา
“ตารอง...นึกซะว่าเป็นพรหมลิขิตลูก คู่กันแล้วไม่แคล้วกัน แต่ถ้าไม่ใช่เนื้อคู่ ให้ทำยังไงก็ต้องพราก”
“เนื้อคู่หรือพ่ะย่ะค่ะ เกล้าฯไม่รู้ว่าจะมีหรือเปล่า”
“พูดอะไรอย่างนั้นตารอง เราน่ะเพอร์เฟกต์ขนาดนี้”
“ไม่จริงหรอกพ่ะย่ะค่ะ ถ้าจริงเกล้าฯคงไม่ถูกทิ้ง”
“เรื่องแล้วไปแล้ว พูดไปก็ไม่มีประโยชน์ นี่ตารอง... หม่อมแม่เธอคงเกริ่นให้ฟังแล้วเรื่องหลานสาวคุณสอางค์”
คุณชายรองพยักหน้ารับ และไม่มีท่าทีขัดขืนอย่างที่เสด็จฯกับคุณสอางค์นึกกลัว
“แปลว่าเธอไม่มีอะไรขัดข้องใช่ไหม”
“อะไรที่ทำให้เด็จป้าพอพระทัย เกล้าฯก็ยินดีพ่ะย่ะค่ะ”
คุณสอางค์ตื่นเต้นมาก จนเสด็จฯต้องส่งสายตาปราม ก่อนจะรับสั่งกับหลานชายเสียงอ่อน
“งั้นก็ดีเลย ต่อไปป้าจะรับแม่ศรีจิตรามาอยู่ด้วยกันที่นี่ ให้เธอได้รู้จักมักคุ้นกันไว้”
เช้าวันต่อมาที่บ้านราชดำริ...คุณสร้อยนั่งบ่นและบงการทุกคนให้ทำงานเหมือนเคย โดยเฉพาะศรีจิตรา หลานสาวคนโต ถูกจ้ำจี้จ้ำไชมากที่สุด เพราะเป็นคนหัวอ่อนที่มักไม่ค่อยมีปากมีเสียง
คุณสอางค์มาถึงบ้านราชดำริหลังเช้าวันเดียวกัน พร้อมข่าวดีจากเสด็จพระองค์หญิง ที่ทรงอยากรับตัว ศรีจิตรามาอยู่ด้วยที่วังวุฒิเวสม์ คุณสร้อยเบิกตาโพลง เปลี่ยนท่าทีจากเจ้ากี้เจ้าการ เป็นประคบประหงมหลานสาวคนโตแทนศรีจิตราซึ่งเพิ่งออกจากครัวพร้อมชามใส่ไส้สาคู ถึงกับพูดไม่ออก เมื่อเห็นท่าทีแปลกๆของคุณสร้อย
“ต๊าย...ไปแบกมาทำไม เดี๋ยวไหล่ล้าแขนโตพอดี หน็อย...นังพวกนี้ ให้หลานข้าไปแบกหามได้ยังไงยะ”
“มันก็ไม่ได้หนักอะไรนี่คะคุณป้า อ้าว...คุณป้าสอางค์มาตั้งแต่เมื่อไหร่คะ”
คุณสอางค์ส่งยิ้มให้หลานสาวคนโต “ป้ามาชิมสาคูไส้กุ้งของหนูสิลูก”
“ในครัวกำลังนึ่งชุดแรกอยู่ค่ะ น่าจะจวนแล้ว เดี๋ยวหนูลงไปดูให้นะคะ”
ศรีจิตราจะไปที่ครัว แต่ไม่ทันขยับ คุณสร้อยก็ถลาไปขวางไว้
“อุ๊ย...ไม่ต้องลูก ลูกศรีจ๋า เดี๋ยวโดนไอน้ำร้อนลวก ผิวจะเกรียมกรมไป”
ทุกคนบนเรือนทำตาปริบๆ โดยเฉพาะศรีจิตรากับอุ่นเรือน แต่คุณสร้อยก็ไม่สนใจ ร้องสั่งให้ทุกคนหยุดมือเรื่องอาหาร และเตรียมตั้งกระโจมอบผิวตำรับชาววังอีกรอบ!
ooooooo
กว่าขั้นตอนบำรุงผิวตำรับชาววังของคุณสร้อยจะจบสิ้น ศรีจิตราก็แทบน่วมไปทั้งตัว ทั้งขัด ทั้งอบจนผิวกลายเป็นสีเหลืองเหมือนไก่ย่างอย่างที่สาลินเคยเปรียบเปรยไว้ แต่ที่น่าหนักใจกว่าคือเรื่องคุณชายคู่หมายของเธอ พลาดจากคุณชายโตแล้วก็ไม่รู้ว่าเธอต้องหมั้นกับใคร
อุ่นเรือนสงสารและเห็นใจลูกสาวคนโตมาก แต่ก็ไม่อาจขัดคุณสร้อยได้ เลยได้แต่ปลอบให้มองในแง่ดี เพราะคุณชายคู่หมายครั้งนี้คือคุณชายกิตติราชนรินทร์หรือคุณชายรอง น้องชายแท้ๆของคุณชายโต
“คุณชายคนที่สองของท่านชายศิริศุภเสกข์กับหม่อมอำพัน แต่เสด็จทรงอบรมเลี้ยงดูมา เลยเป็นหลานคนโปรด”
ศรีจิตราถอนใจยาว แม้จะได้หมั้นกับราชนิกุล แต่ก็อดกลัวไม่ได้
“แม่จำที่ยายสาเตือนเอาไว้ได้ไหมคะ”
“เตือนเรื่องอะไรกัน”
“ก็เตือนว่าคุณชายโตอาจมีเมียซุกเมียซ่อนแล้ว มันก็เป็นจริงด้วย หนูไม่รู้ว่าคุณชายรองนี่จะมีเรื่องอะไรอีก”
อุ่นเรือนโบกมือ ไม่อยากให้ลูกสาวคนโตคิดมาก “ไปเอานิยมนิยายอะไรกับยายสา ยายสาน่ะยังเด็ก ยังอยากมีพี่สาวเป็นเพื่อนเล่น ก็เลยไม่อยากให้หนูแต่งงาน เลยยกเรื่องโน้นเรื่องนี้มาขู่หนู”
รอยยิ้มให้กำลังใจของแม่ ทำให้ศรีจิตราเบาใจขึ้น แต่ก็ไม่วายกังวล กลัวจะเข้าอีหรอบเดิมอีก
ข่าวที่เสด็จพระองค์หญิงจะหาคู่หมั้นให้คุณชายรอง ทำให้หม่อมอำพันชอบใจมาก และเปลี่ยนท่าทีจากเย็นชาและหมางเมิน เป็นลูบหัวลูบหลังลูกชายคนรอง แบบที่ไม่เคยมาก่อน คุณชายรองก็รู้ดี แต่ก็อดชื่นใจไม่ได้ ที่แม่เอาอกเอาใจและทำตัวเหมือนแม่ที่รักและเอ็นดูเขาบ้าง
จรวยซึ่งท้องแก่ผ่านมาเห็นหม่อมแม่ผัวพะเน้า พะนอลูกชายคนรองก็หมั่นไส้ และอดไม่ได้ต้องไปนินทากับสามี คุณชายโตถอนใจยาว เข้าใจสถานการณ์ดี พยายามบ่ายเบี่ยงว่าแม่ก็รักลูกชายทุกคนในวันเงินเดือนออก จรวยไม่เชื่อนัก แต่ไม่ทันเถียง ก็ต้องยกมือกุมท้อง เพราะกำลังจะคลอด!
ระหว่างที่ทุกคนในวังวุฒิเวสม์เตรียมต้อนรับสมาชิกใหม่ ลูกคนแรกของคุณชายโตกับจรวย...คุณหญิงก้อยก็ตกใจแทบผงะ เมื่อตื่นเช้าในห้องเพนต์เฮ้าส์สุดหรูในนิวยอร์ก มาเจอกับพ่อแม่สามีที่ตนแสนรังเกียจ
อรรถ เถลิงการ เจ้าพ่อการตลาดคนดังของพระนครนั่งพุ้ยข้าวต้ม ในสภาพเหมือนชาวบ้านสวมเสื้อผ้าเก่าๆ ส่วนทองนพคุณ แม่แท้ๆของอัศนีย์ ก็มีสภาพชาวบ้านไม่ต่างกัน นั่งตำหมากไม่ไกลกันนั้น โดยมีอัศนีย์สามีของเธอนั่งกินมื้อเช้าและพูดคุยกับทั้งสองอย่างสนุกสนาน
คุณหญิงก้อยไม่อยากออกไปทัก แต่ก็ต้องพยายามเก็บอาการต่อหน้าพ่อแม่สามี แต่อรรถก็ทำให้ราชนิกุลสาวแทบเก็บอารมณ์ไม่อยู่ เมื่อเขาเอ่ยถามถึงเรื่องมีลูกของเธอกับอัศนีย์ ด้วยคำพูดโจ๋งครึ่ม
“อาตี๋มันเชิดสิงโตกับลื้อบ่อยไหม...เรื่องนับวันน่ะไม่มีประโยชน์ เชิดสิงโตทุกวันได้ผลกว่า ติดลูกทุกราย”
คุณหญิงก้อยอ้าปากค้าง แต่ไม่ทันสวน ทองนพคุณก็เย้าขำๆ “หรือว่าหนูคุณหญิงห่วงสวยไม่อยากท้อง...
ดูฉันสิ แต่ก่อนก็เอวเล็กเอวบางอย่างหนูคุณหญิงนี่แหละ แต่พอมีลูกหัวปีท้ายปี ไอ้ที่ตึงมันก็ยาน ที่แน่นมันก็หลวมโพลก”
จบคำก็หันไปหัวเราะกับสามี ก่อนจะบ้วนน้ำหมากลงกระโถนต่อหน้าราชนิกุลสาว คุณหญิงก้อยแทบอ้วก ทนรังเกียจไม่ไหว ต้องขอตัวไปทำใจในห้องดื้อๆ โดยมีสายตาของอัศนีย์มองตามด้วยความรู้ทัน แต่ก็ไม่คิดตามง้อหรือปลอบใจ เพราะคิดว่าคุณหญิงจะต้องรับครอบครัวของตนให้ได้
ooooooo
หลังเหตุการณ์มื้อเช้าอันน่ารังเกียจ คุณหญิงเทพีเพ็ญแสงหรือคุณหญิงก้อยก็เหมือนจะหมดความเสน่หาในตัวสามีลงดื้อๆ และอัศนีย์เองก็รู้ข้อนี้ดี เพราะก็เบื่อหน่ายพฤติกรรมเอาแต่ใจของภรรยาเจ้ายศเจ้าอย่างไม่ต่างกัน เลยไม่ขัดใจหรือขัดขวางเมื่อเธอขอหย่าในอีกไม่กี่วันต่อมา
และข่าวซุบซิบเกี่ยวกับคุณหญิงก้อยก็กระฉ่อนทั่วเมืองอีกครั้ง โดยฝีมือพาดหัวของวิรงรอง “บินลัดฟ้าจากนิวยอร์กสู่เมืองไทย ม.ร.ว.หญิงเทพีเพ็ญแสง เถลิงการ... แต่แปลกจัง กลับไร้เงาสามีหนุ่ม อัศนีย์ เถลิงการ เคียงข้าง”
คุณชายกิตติราชนรินทร์หรือคุณชายรองรู้ข่าวนี้จนได้ แม้ไม่แน่ใจว่าเกิดอะไรขึ้นกับอดีตหญิงคนรัก แต่ความเจ็บช้ำที่เธอก่อไว้ ก็ทำให้เขาทิฐิไม่อยากรับรู้ข่าวของเธออีก ศุภรเข้าใจดี แต่ก็ยังอาสาจะถามจากเพื่อนที่นิวยอร์กให้
วันเดียวกันที่วังรัชนีกุล...บรรยากาศอึมครึมนับแต่วันที่คุณหญิงก้อยกลับเมืองไทย พร้อมข่าวใหญ่ว่าเธอหย่าขาดกับสามีหล่อพ่อรวยแล้ว ทำให้ทุกคนในบ้านร้อนรนแทบนั่งไม่ติด โดยเฉพาะท่านชายจันทร์ บิดาของคุณหญิงก้อย อยากเค้นความจริงจากปากลูกสาวคนเล็กมาก แต่ก็ต้องระงับไว้ ไม่อยากทะเลาะด้วย
แต่หม่อมวาณีก็กลัวเรื่องจะไปกันใหญ่ เลยพยายามไกล่เกลี่ยบรรยากาศเหมือนเคย
“แม่ว่าเราจัดเลี้ยงฉลองอีกสักครั้งไหมลูก ญาติๆทั้งสองฝ่ายจะได้รู้จักมักคุ้นกัน”
คุณหญิงก้อยมีสีหน้าเย็นชา เอ่ยเสียงเรียบ “หญิงว่าไม่จำเป็นหรอกค่ะ”
“แล้วนี่เมื่อไหร่พ่ออัศนีย์จะตามมาล่ะลูก”
“เขาคงไม่ตามมาหรอกค่ะ แต่ถึงจะตามมา หญิงก็ไม่สนใจ เพราะหญิงกับเขาไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันแล้ว”
ท่านชายจันทร์ลุกพรวด หมดความอดทน เอ็ดลูกสาวคนเล็กลั่น ตามอารมณ์ที่พลุ่งพล่านมาตลอดหลายวัน
“นี่หมายความว่ายังไง เธอช่วยบอกมาชัดๆหน่อยซิหญิงก้อย”
“หญิงกับอัศนีย์แยกทางกันแล้วเพคะ”
หม่อมวาณีตกใจมาก “อะไรกันหญิง อยู่กันก้นหม้อข้าวไม่ทันจะดำ”
“แต่งกันได้ยังไม่ถึงปี ตอนแต่งนั่นก็อับอายขายหน้ามาทีหนึ่งแล้ว แล้วทีนี้จะทำยังไง”
คุณหญิงก้อยยักไหล่ ไม่ยี่หระ “ก็ไม่เห็นต้องทำยังไงเลยนี่เพคะท่านพ่อ เมื่ออยู่กันไม่ได้ก็จบกัน หมดสมัยแล้วล่ะค่ะที่ต้องมาหวานอมขมกลืนอะไรอยู่ ต่างคนต่างไป ต่างมีอิสระจะเริ่มต้นใหม่”
ท่านชายจันทร์เหยียดยิ้มหยัน “อิสระที่จะแร่ไปมีผัวใหม่อย่างนั้นหรือ”
“หญิงคิดว่าอย่างนั้นเพคะ”
“หญิง...นี่ฉันไม่รู้จะพูดยังไงกับเธอแล้ว”
“งั้นหญิงก็ขอตัวก่อนนะเพคะ”
จบคำคุณหญิงก้อยก็ผละไป หม่อมวาณีทำท่าจะตามไปปลอบเหมือนเคย เลยถูกท่านชายจันทร์เอ็ด
“แม่วาณี...เธอเลิกประคบประหงมเอาใจมันเสียที ตามใจจนมองไม่เห็นหัวใครแล้ว เธอยังไม่รู้อีกหรือ”
ท่านชายจันทร์แยกตัวไปอีกคน ทิ้งหม่อมวาณีให้แทบเป็นลม คุณหญิงกลางเข้าประคอง พร้อมกับปลอบให้ค่อยๆคิดหาทางแก้ข่าว หม่อมวาณีพยักหน้า ก่อนจะรำพึงอย่างอ่อนใจ
“โธ่เอ๊ย...แม่คิดอยู่แล้วว่าต้องไปกันไม่รอด...อายุแค่นี้ต้องมาเป็นแม่ม่ายแม่ร้าง โธ่...กะอยู่แล้วว่าไอ้เจ้าอัศนีย์นี่ต้องก่อเรื่อง ถ้าเป็นชายรองก็ไม่เป็นอย่างนี้หรอก”
ooooooo
สาลินรับรู้ข่าวการกลับมาของคุณหญิงเทพี-เพ็ญแสงหรือคุณหญิงก้อยด้วยความรู้สึกเฉยๆ ไม่เห่อ ไม่ตื่นเต้นเหมือนคนอื่น แต่กลับชอบใจมากกว่า เมื่อไนเจลบอสหนุ่มพาจิตริณี เลขาสาวสวยจบจากเมืองนอกมาให้รู้จัก
ฝ่ายคุณหญิงก้อย...ไม่แคร์ว่าใครจะอยากรู้อยากเห็นเรื่องเธอบ้าง เพราะมีเพียงคุณชายรองที่เธออยากให้สน และขั้นแรกของการขอคืนดีคือตามหาแหวนแทนใจของเขา
บ่าวไพร่ในวังรัชนีกุลวิ่งกันให้วุ่น เมื่อคุณหญิงก้อยมีคำสั่งให้ตามหาแหวนเกลี้ยงหัวฝังพลอย คุณหญิงกลางได้แต่มองเหตุการณ์ทุกอย่างด้วยความหน่ายใจ ก่อนจะตัดสินใจหยิบแหวนมาคืนเพื่อจบปัญหา
“เอ๊ะ...แล้วแหวนของหญิงไปอยู่กับพี่หญิงได้ยังไงคะ”
“หญิงจำไม่ได้หรือจ๊ะ ก่อนที่หญิงจะไปอเมริกาน่ะ หญิงโละของเก่าบอกให้พี่ไปบริจาค พี่เจอแหวนนี่ในกล่อง เห็นสลักชื่อวุฒิวงศ์ก็เลยบริจาคไม่ลง เลยตัดสินใจเก็บไว้ให้”
คุณหญิงก้อยไม่ได้ยี่หระกับน้ำใจพี่สาว สวมแหวนเกลี้ยงบนนิ้ว ก่อนจะพูดด้วยท่าทางอารมณ์ดี
“หญิงจะกลับไปหาคุณรอง ไปขอโทษทุกเรื่องที่หญิงทำพลาดไป”
“สิ่งที่เธอทำพลาด คือทรยศเขาอย่างเลือดเย็นที่สุด คิดว่าคุณรองเขาจะให้อภัยเธองั้นหรือ”
“พี่กลางถึงต้องช่วยหญิงไงคะ แค่นัดเดทให้หญิงก็พอ แล้วหญิงจะจัดการทุกอย่างเอง”
“แน่ใจในตัวเองมากเลยนะจ๊ะหญิง”
“แน่ใจสิคะ คุณรองรักหญิง เขาให้อภัยหญิงได้เสมอ”
ท่าทางมั่นใจของน้องสาวทำให้คุณหญิงกลางหนักใจมาก ไม่เห็นด้วยเลย แต่ก็ห้ามไม่ได้เพราะรู้นิสัยกันดี
เวลาเดียวกันที่ตำหนักเล็กวังวุฒิเวสม์...คุณชายบดินทราชทรงพลหรือคุณชายเล็ก ซึ่งเพิ่งกลับจากทำงานและรู้ข่าวการกลับมาของคุณหญิงก้อยแล้ว อดบ่นกับนมย้อยไม่ได้ ด้วยความเป็นห่วงพี่ชายคนรอง
“คู่กันแล้วต้องไม่แคล้วกัน ให้พลัดพรากยังไงก็ต้องหวนกลับมาเจอกัน แต่ถ้าไม่ใช่ ยังไงก็ไม่ใช่ค่ะ”
“ไม่รู้ว่าเรื่องพี่รองกับหญิงก้อยจะลงเอยแบบไหนนะครับ”
“เขาว่ากันว่า...คนคำนวณไม่สู้ฟ้าลิขิตนะคะ”
“นั่นน่ะสิฮะ เฮ้อ...ไปอยู่เมืองนอกสามสี่ปี คิดถึงนิทานของนมจังเลย”
“ดู้...โตจนป่านนี้แล้ว ยังจะฟังนิทานอีกหรือคะ เอาเรื่องอะไรดีคะ”
“เรื่องอะไรก็ได้ฮะ ขอให้จบแบบแฮปปี้หน่อยก็แล้วกัน”
จบคำก็นอนหนุนตัก ปล่อยให้นมย้อยเล่านิทานให้ฟังจนผล็อยหลับภายในเวลาไม่นานเหมือนตอนเด็กๆ
ooooooo
สะไภ้จ้าว 1
ณ บ้านสวนริมคลองจังหวัดนนทบุรี...สาลินสาวสวยสุดแสบ หัวโจกเจ้าถิ่นกำลังบงการหมู่เด็กลูกสมุนฉกห่อขนมจากเรือพ่อค้า พร้อมกับส่งยิ้มร่า ร้องบอกจากต้นไม้ใหญ่ที่ตัวเองปีนไปซ่อน ให้พ่อค้าเก็บเงินจากคุณตาคุณยายของเธอ ซึ่งเป็นเจ้าของสวนใหญ่และบ้านเช่ามากมายในละแวกนั้น
พ่อค้าได้แต่ยิ้มเซ็งๆ แล้วพายเรือจากไป ไม่กล้าโวยเพราะสาลินเป็นหลานสาวคนเล็กของเจ้าของบ้านเช่าที่เขาอาศัยมานานปี สาวแสบเห็นพ่อค้าพายเรือพ้นคุ้งแล้ว จึงตะโกนขอส่วนแบ่งขนมจากลูกสมุน แต่ไม่ทันลิ้มรสของอร่อย ก็ต้องกรีดร้องเสียงหลง เมื่อพลัดหล่นจากต้นไม้ลงคลอง!
เวลาเดียวกันที่บ้านราชดำริ...คุณสร้อย เจ้าของบ้านสาวใหญ่วัยห้าสิบห้า ท่าทางเคร่งเครียด ระเบียบจัด กำลังเจ้ากี้เจ้าการเหล่าสาวใช้เรื่องงานบ้าน โดยมีศรีจิตรา หลานสาวคนโตและพี่สาวของสาลิน นั่งพับเพียบแกะสลักขิงดองกับอุ่นเรือนผู้เป็นแม่ไม่ไกลกันนั้น ทันใดนั้น... เสียงนาฬิกาตีบอกเวลาสิบเอ็ดโมง สร้อยก็เริ่มบ่น
“กี่โมงกี่ยามแล้วล่ะเนี่ย ดู๊...จะเที่ยงแล้วนี่ ทำไมไม่ลงครัว มานั่งลอยหน้าเสนอนวลอยู่ทำไมยะ”
อุ่นเรือนขยับตัวรับหน้า จะรีบไปทำมื้อกลางวันให้ แต่คุณสร้อยก็ไม่วายจู้จี้
“นี่แม่ศรี วันนี้แกงสะระหมั่นน่ะ ให้ถึงกะทิหน่อยนะ อย่าให้ใสเป็นแกงจืด ชืดๆชาดๆเหมือนอาม่าบ้านสวน”
“แกงคราวที่แล้วใสไปหรือคะคุณป้า”
“ก็อย่างงั้นสิยะ ใสเป็นน้ำล้างหัวล้าน”
กำไลกับพิศ สองสาวใช้ลอบส่งยิ้มให้กันขำๆ ก่อนจะยั่วประสาทเจ้าของบ้านสาวใหญ่เรื่องวิธีทำแกงตำรับชาววัง ซึ่งก็ได้ผล คุณสร้อยเอ็ดใหญ่และบ่นตามมาอีกกระบุงโกย แถมพาลกับศรีจิตรา
“นี่แม่ศรี...อยู่หน้าเตาน่ะเหมาะกับแกแล้ว เผื่อวันไหนบ้านแตกสาแหรกขาดขึ้นมา แกจะได้มีวิชาไปต้มยำทำแกงขาย ไม่ต้องไปตักอึรดผักให้เหม็นโฉ่เหมือนอาม่าแก”
ศรีจิตรากับอุ่นเรือนกลั้นยิ้มกันแทบแย่ ได้ยินบ่อยจนชินและไม่นึกถือสา เช่นเดียวกับกำไลและพิศ ทั้งหมดรู้ดีว่าคุณสร้อยจุกจิกและเหน็บไปแบบนั้นเอง แต่ในใจไม่ได้หมายความจริงจังอย่างที่พูดสักนิด
หลังส่งทุกคนเข้าครัว คุณสร้อยก็ได้ต้อนรับคุณสอางค์ พี่สาวคนสวย ข้าหลวงคนสนิทของเสด็จพระองค์หญิงแห่งวังวุฒิเวสม์ ซึ่งแวะมาแจ้งข่าวสำคัญ
และข่าวสำคัญที่ว่าก็ทำให้คุณสร้อยตามคุณสอางค์ไปเข้าเฝ้าเสด็จพระองค์หญิงถึงวังวุฒิเวสม์ในบ่ายวันเดียวกัน มาลาและวรรณา สองสาวต้นห้องเสด็จฯออกมา ต้อนรับ คุณสร้อยก็ทักทายอย่างอารมณ์ดี ก่อนจะได้ยิ้มหน้าบานเป็นสองเท่า เมื่อเสด็จฯตรัสขอทาบทามศรีจิตราให้ ม.ร.ว.ดิเรกราชวิทย์ วุฒิวงศ์ หรือคุณชายโต
ooooooo
ข่าวขอทาบทามหลานสาวคนสวยของคุณสร้อยจากบ้านราชดำริ ให้เป็นคู่หมั้นคู่หมายของ ม.ร.ว.ดิเรกราชวิทย์ หรือคุณชายโต แพร่สะพัดทั่ววังวุฒิเวสม์ในวันเดียวกัน ไม่เว้นแม้แต่นมย้อย
นมย้อยเป็นนางข้าหลวงเก่าแก่แห่งวังวุฒิเวสม์ แม่นมของเหล่าคุณชายทั้งสาม คือ ม.ร.ว.ดิเรกราชวิทย์ หรือคุณชายโต ม.ร.ว.กิตติราชนรินทร์ หรือคุณชายรอง และ ม.ร.ว.บดินทราชทรงพล หรือคุณชายเล็ก จึงได้รับการยกย่องว่าเป็นเสมือนนายอีกคน เพราะข้าหลวงเก่าแก่เป็นที่รักของเหล่าคุณชายยิ่งนัก
ข่าวจากตำหนักใหญ่ของเสด็จพระองค์หญิง ทำให้นมย้อยร้อนใจ แต่ก็ไม่กล้าบอกหม่อมอำพัน มารดาของสามคุณชาย ซึ่งเป็นคนโผงผางและขี้โวยวาย จึงไปดักรอพูดกับ ม.ร.ว.กิตติราชนรินทร์ หรือคุณชายรองแทน
จรวยสาวใช้หน้าคมทรงอวบประจำตำหนักเล็กของเหล่าคุณชาย ผ่านมาเห็นท่าทางแปลกๆของนมย้อย ก็อดสงสัยไม่ได้ และถึงกับหูผึ่ง เมื่อได้ยินนางข้าหลวงเก่าแก่พูดถึงข่าวใหญ่จากตำหนักใหญ่ของเสด็จพระองค์หญิง
“เสด็จท่านทรงตัดสินพระทัยแล้ว เรื่องคู่หมายคุณชายโตค่ะ เห็นว่าเป็นหลานสาวคนโตของคุณสอางค์”
“นมบอกหม่อมหรือยังครับ พี่ชายโตด้วย”
“ยังค่ะ เดี๋ยวหม่อมก็คงทราบจากเสด็จ แต่ที่อิฉันร้อนใจมาปรึกษาคุณรองก็เรื่องคุณโตกับ...แม่จรวยสาวใช้ค่ะ”
ชื่อตัวเองทำให้จรวยตาลุก แล้วก็ถึงกับอ้าปากค้าง เมื่อได้ยินคำบอกเล่าจากปากนมย้อย
“คุณรองเพิ่งกลับจากต่างประเทศ คงไม่รู้เรื่องอะไร คุณโตเธอแอบมีอะไรลับๆกับแม่จรวยค่ะ มีมานานเป็นปีๆแล้ว...คุณรองคิดอ่านประการใดคะ จะตัดไฟแต่ต้นลม ให้แม่จรวยกลับต่างจังหวัดเลยดีไหมคะ เพราะถ้ายังปล่อยให้คาราคาซังแบบนี้ เรื่องอื้อฉาวไปถึงพระเนตรพระกรรณแน่ๆ”
“เรื่องนี้มีใครรู้บ้างครับ”
“ก็มีอิฉัน แม่น้อมกับนังเจียม บ่าวไพร่คนอื่นคงไม่มีใครรู้หรอกค่ะ”
จรวยว้าวุ่นใจมาก และไม่รอช้า ไปร้องไห้ขอความเห็นใจจากคุณชายดิเรกราชวิทย์หรือคุณชายโต
“หา...ฉันต้องแต่งงานกับหลานสาวคุณข้าหลวงใหญ่งั้นหรือ”
“ค่ะ...เสด็จรับสั่งแล้ว คุณนมก็จะไล่จรวยออกจากวัง เขาไม่ให้จรวยอยู่กับคุณชาย ขัดขวางความรักของเรา”
คุณชายโตได้ยินคำว่ารักก็ทำหน้าไม่ถูก ไม่อยากยอมรับนัก แต่ก็ไม่กล้าปฏิเสธ
“อย่าเพิ่งตีโพยตีพายไปก่อนไข้เลยน่าจรวย”
“ไม่ได้ค่ะคุณชาย จรวยไม่อยากจากคุณชายไปไหน จรวยรักคุณชาย คุณชายต้องช่วยจรวยนะคะ”
จบคำก็ถลาไปกอดขา คุณชายโตทำหน้าเอือมๆ ก่อนจะได้กลืนน้ำลายเอื๊อก เมื่อเห็นเนินอกอวบอิ่ม
“เอาน่า...เรื่องแต่งคงอีกนาน เราคงพอคิดอ่านหาทางออกได้”
จรวยดีใจ โผกอดคุณชายโตแน่น “สัญญานะคะว่า คุณชายจะไม่ทิ้งจรวย”
ไม่รู้ว่าเพราะเนินเนื้ออกอิ่ม หรือเพราะสำนึกจากใจกันแน่ ทำให้คุณชายโตยอมสัญญา ก่อนจะประคองสาวใช้ทรงอวบขึ้นเตียง กอดจูบลูบไล้กันนัวเนีย ไม่รู้เลยว่าคุณชายกิตติราชนรินทร์ หรือคุณชายรอง ผ่านมาเห็นทุกอย่างจากช่องประตู สีหน้าหนักใจ...ไม่รู้จะเตือนหรือไม่เตือนพี่ชายโตดี
ooooooo
ขณะที่ชาววังวุฒิเวสม์ตะลึงกับข่าวคู่หมั้นคู่หมายของคุณชายดิเรกราชวิทย์หรือคุณชายโต ที่บ้านราชดำริก็วุ่นวายกันใหญ่ เพราะคุณสร้อยดีใจจนเนื้อเต้น ที่ศรีจิตรา หลานสาวคนโตจะได้เป็นว่าที่สะใภ้จ้าว ศรีจิตราซึ่งง่วนกับงานครัวตั้งแต่บ่าย ถึงกับพูดไม่ออก เมื่อเห็นรอยยิ้มน่าสงสัยของคุณสร้อยผู้เป็นป้า
“ต๊าย...หน้าเป็นมัน ฟันเป็นยาง ต่อไปนี้ห้ามลงครัวเด็ดขาดนะลูก”
“อ้าว...ไหนคุณป้าบอกให้ลงครัวไว้ เผื่อวันไหนตกระกำลำบากไงคะ”
“วุ้ย...ตกระกำลำบากอะไร มีแต่จะขึ้นสูงนั่งวอช่อฟ้าสาวิกากาญจน์น่ะสิ”
อุ่นเรือนซึ่งเพิ่งมาสมทบ สบตาศรีจิตรางงๆ คุณสร้อยฉีกยิ้มกว้าง ก่อนจะเฉลย
“ช่างไม่รู้อะไรเลย ตอนนี้แม่ศรีหลานฉันจะได้เป็นสะใภ้จ้าวแล้วน่ะสิยะ”
ศรีจิตราถึงกับอึ้ง เช่นเดียวกับอุ่นเรือน แต่คุณสร้อยก็ไม่สนใจ มัวปลื้มกับวาสนาของหลานสาว
“แหม เสียดาย คุณชายวังโน้นตัวเปล่าเล่าเปลือยอยู่ตั้งสององค์ ฉันก็มีหลานสาวตั้งสอง น่าจะเข้าคู่กัน”
หลานสาวอีกคนของคุณสร้อยก็คือสาลิน สาวสวยสุดแสบจากบ้านสวนริมคลองจังหวัดนนทบุรี อุ่นเรือนมั่นใจว่าคงเป็นไปไม่ได้ เพราะลูกสาวคนเล็กรักอิสระและดื้ออย่าบอกใคร ซึ่งคุณสร้อยก็รู้ดี แต่ก็อดหวังไม่ได้
“แม่สาลินน้องสาวเธอน่ะแม่ศรี...ใฝ่ต่ำ ให้มาอบรมเป็นผู้ดีก็ไม่ยอม อยากจมอยู่ท้องร่องท้องสวน วันๆ ดองผักหมักหญ้าจนเหม็นโฉ่ไปทั้งตัว อุ๊ย...จะอาเจียน!”
แน่นอนว่าสาลินคงไม่สะทกสะท้านกับคำครหาของคุณสร้อยเหมือนแม่กับพี่สาว และคุณสร้อยก็ตระหนักข้อนี้ดี เลยพยายามเลิกหวัง และมุ่งความสนใจไปที่การเตรียมความพร้อมให้ศรีจิตรา
และภารกิจแรกที่สาวสวยเรียบร้อยอย่างศรีจิตราต้องเจอคือการขัดผิว ซึ่งคุณสร้อยทุ่มเทมาก ขนทุกตำรับชาววังมาให้หลานสาวคนโต อุ่นเรือนเห็นหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออกของลูกสาว ก็อดสงสารไม่ได้ แต่ก็ขัดใจคุณสร้อย พี่สาวแท้ๆของสามีผู้ล่วงลับ ผู้มีพระคุณซึ่งอบรมเลี้ยงดูศรีจิตรามาตั้งแต่เด็กไม่ได้
ด้านสาลิน...ยังไม่รู้เรื่องพี่สาวถูกจับคู่ มัววุ่นวายเตรียมตัวสัมภาษณ์งานบรรณารักษ์ในห้องสมุด แต่ชุดสวยๆของสาวแสบบ้านสวนก็เปียกโชกและเต็มไปด้วยโคลน เมื่อถูกรถยุโรปคันยาวซึ่งแล่นผ่านแอ่งน้ำขังริมฟุตปาทสาดใส่!
สาลินโกรธมาก และไม่พลาดจะจดเลขทะเบียนรถเจ้าปัญหาไว้ในสมุดโน้ตที่พกติดตัวตลอด ก่อนจะแบกหน้าเลอะๆ กับชุดเปียกๆไปสัมภาษณ์งานที่ห้องสมุดประชาชนตามนัด
บราลีและลลิตา สองบรรณารักษ์สาวประจำห้องสมุด มองหน้าผู้สมัครสาวนามว่าสาลินด้วยแววตาอึ้งๆ ไม่อยากเชื่อเลยว่าจะมีใครกล้ามาสัมภาษณ์งานในสภาพเลอะเทอะแบบนี้ แต่คนทึ่งมากกว่า คงหนีไม่พ้นไนเจล บอสหรือหัวหน้าบรรณารักษ์หนุ่มชาวต่างชาติ ที่ถึงกับพูดไม่ออกเมื่อเห็นสภาพสาลิน
แต่ถึงสภาพกับชุดจะไม่สร้างความประทับใจนัก แต่ความน่ารักสดใสของสาลินก็เอาชนะใจไนเจลได้ จนบราลีกับลลิตาถึงกับแปลกใจ ว่าบรรณารักษ์สาวคนใหม่มีอะไรดี...ไนเจลถึงได้ปลื้มขนาดนี้
ooooooo
และเพื่อต้อนรับบรรณารักษ์สาวคนใหม่ ไนเจลเลยพาสาลินไปเลี้ยงกลางวันที่ร้านอาหารหรู โดยมีบราลีกับลลิตาตามมาด้วย สาวแสบบ้านสวนอดเกรงใจไม่ได้ แต่เมื่อเห็นรถยุโรปคันยาว เลขทะเบียนคุ้นๆหน้าร้าน ก็เปลี่ยนใจ แทบจะถลาเข้าไปด้านใน...อยากจะเห็นนักว่าไอ้คนขับรถไม่มีมารยาทเมื่อเช้าหน้าตาเป็นเช่นไร
เจ้าของรถยุโรปคันยาวนั้นก็คือคุณชายกิตติราชนรินทร์ หรือคุณชายรองแห่งวังวุฒิเวสม์ ราชนิกุลหนุ่มรูปงาม ท่าทางสุขุม นักการทูตหนุ่มคนดัง ขวัญใจสาวๆทั่วพระนคร...แน่นอนว่าเขายังไม่รู้ตัวว่าก่อเรื่องอะไรไว้เมื่อเช้า มัวขับรถอย่างอารมณ์ดี เพราะมีนัดทานกลางวันกับหญิงคนรัก
และหญิงคนรักของคุณชายรอง ราชนิกุลหนุ่มนักการทูตจากวังวุฒิเวสม์ ก็คือ ม.ร.ว.เทพีเพ็ญแสง รัชนีกุล หรือคุณหญิงก้อย ราชนิกุลสาวสวยคนดัง ซึ่งมารอที่ร้านอาหารหรูตั้งแต่เช้า เพราะมีนัดถ่ายแบบและให้สัมภาษณ์
วิรงรองหรือติ่ง เพื่อนสาวคนสนิทของคุณหญิงเทพีเพ็ญแสงและคอลัมนิสต์คนดัง ออกมาต้อนรับคุณชายรอง ซึ่งถึงกับยืนอึ้ง เมื่อเห็นบรรยากาศวุ่นวายของกองถ่าย เขาไม่รู้มาก่อนว่าสาวคนรักจะมีนัดถ่ายแบบวันนี้ วิรงรองก็อธิบายอะไรไม่ได้มาก นอกจากจะปล่อยให้สองหนุ่มสาวคู่รักคุยกันเอง
คุณหญิงก้อยเห็นชายคนรักก็รีบเดินมาหา หมุนตัวอวดชุดสวย ก่อนจะถามความเห็นเขา
“หญิงสวยมาก หรูหราเสียจนจะร่วมโต๊ะกลางวันกับผมได้ไหมเนี่ย”
“คุณรองขา หญิงคงไม่ใส่ชุดกรุยกรายนี้ไปลันช์ในห้องอาหารหรอกค่ะ เดี๋ยวจะหาว่าหลุดมาจากงานคาร์นิวัล”
“เสร็จงานแล้วใช่ไหมครับ จะได้ทานกลางวันกันเลย”
“ยังเลยค่ะ เหลือถ่ายอีกเซตหนึ่ง รอหญิงก่อนนะ”
“หญิงก้อย...ผมมีเวลาแค่ชั่วโมงครึ่ง ต้องรีบกลับไปกระทรวงให้ทันบ่ายสอง”
“ก็เลื่อนไปบ่ายสาม หรือลางานไปเลยสิคะ เพราะงานของหญิงก็ยังไม่เสร็จเหมือนกัน...รอนะคะ”
พูดจบก็หันไปเปลี่ยนชุดถ่ายแบบต่อ ทิ้งคุณชายรองให้มองตามด้วยความไม่ชอบใจ แต่ก็เลือกจะข่มอารมณ์หงุดหงิดไว้ ไม่อยากหาเรื่องทะเลาะให้กลายเป็นเรื่องใหญ่
อีกด้านของร้านอาหารหรู...หลังสั่งอาหารเรียบร้อย กลุ่มของสาลินก็ได้ตื่นเต้นใหญ่ เมื่อได้ยินจากบริกรว่ามีถ่ายแบบคนดัง โดยเฉพาะลลิตากับบราลี รีบวิ่งไปดูด้วยความอยากรู้อยากเห็น ไนเจลได้แต่มองตามขำๆ ก่อนจะหันมาทำตาหวานใส่สาลิน จนบรรณารักษ์สาวคนใหม่รู้สึกอึดอัด ต้องขอตัวเข้าห้องน้ำดื้อๆ
ระหว่างที่สาลินหลบไปทำใจ บราลีกับลลิตาก็ตาโตกับบรรยากาศถ่ายแบบสุดเปรี้ยวของคุณหญิงก้อย และอดไม่ได้จะไปขอลายเซ็นเป็นที่ระลึก เมื่อราชนิกุลสาวถ่ายแบบเสร็จ
“เราเป็นคนทำข่าวค่ะ ขอลายเซ็นคุณหญิงเทพีเพ็ญแสง เป็นเกียรติกับดิฉันหน่อยค่ะ”
“นักข่าวเหรอคะ ได้เลยค่ะ จากโทรทัศน์หรือสำนักพิมพ์ไหนคะ”
“อ๋อ...เซ็นตามนี้เลยนะคะ ลลิตา...บรรณารักษ์ห้องสมุดประชาชน”
คำว่าห้องสมุดทำให้คุณหญิงก้อยถึงกับชะงัก ยกเลิกการแจกลายเซ็น ก่อนร่วมกับวิรงรอง เอ็ดใส่สองสาวที่โกหกว่าเป็นนักข่าว แต่ลลิตาก็ไม่สะทกสะท้าน ย้อนกลับหน้าตายว่าไม่ใช่นักข่าว แต่ก็นำข่าวราชนิกุลสาวจากนิตยสารและหนังสือพิมพ์มาลงบอร์ดในห้องสมุดทุกวัน
คุณหญิงก้อยหัวเสียมาก เอ่ยปากไล่สองสาวจากห้องสมุด บราลีเห็นลลิตาหน้าเสีย เลยออกโรงปกป้องเพื่อนเต็มที่ ส่วนวิรงรองกลัวราชนิกุลสาวไม่พอใจ เลยวางท่าอวดเบ่งสองสาว
“รู้ไหมว่าฉันเป็นใคร ฉัน...วิรงรอง เจ้าของคอลัมน์วิรงรองซุบซิบ ฉันสามารถเขียนข่าวเล่นงานห้องสมุดของพวกหล่อนให้ปิดตายไปทั้งชาติเลยก็ได้นะ”
บราลีไม่หวั่น ตอกกลับ “โถ...คุณวิรงรองซุบซิบ นินทาเรื่องในมุ้งชาวบ้านหากินไปวันๆ อย่าอวดอ้างสรรพคุณตัวเองให้มากนักเลยค่ะ อีพวกกินบนหลังคนแบบคุณน่ะ ระวังจะลงมาจากหลังคนไม่ได้ เพราะไม่มีแผ่นดินให้เหยียบ!”
ooooooo
หลังหลบไปทำใจเรื่องไนเจลจีบในห้องน้ำพักใหญ่ สาลินก็จะกลับโต๊ะ แต่ก็ดันมีเรื่องเสียก่อน เพราะถูกเข้าใจผิดจากลูกค้าหนุ่มโต๊ะวีไอพี ที่คิดว่าเธอเป็นสาวเสิร์ฟ!
คุณชายกิตติราชนรินทร์หรือคุณชายรองแห่งวังวุฒิเวสม์ หงุดหงิดมาก เพราะไม่มีพนักงานมาต้อนรับหรือดูแลเหมือนเคย เมื่อเห็นหญิงสาวแต่งตัวสีคล้ายสาวเสิร์ฟ เลยร้องเรียกให้เอาเมนูมาให้
สาลินหันมาตามเสียง ก่อนจะย้อนถามนิ่งๆ “คุณพูดกับฉันเหรอคะ”
“แล้วจะให้ฉันพูดกับใคร ฉันนั่งมานานแล้วนะ นี่โต๊ะจองนะ บริการกันยังไง เรียกกัปตันมาให้หน่อย”
บรรณารักษ์สาวคนใหม่ไม่คิดมาก คว้าเมนูจากโต๊ะข้างๆให้ แล้วจะผละไป แต่ก็ต้องชะงัก เมื่อลูกค้าหนุ่มส่งสายตาตำหนิมาให้ พร้อมสั่งอาหารชุดใหญ่ สาลิน มองมาอึ้งๆ ทำท่าเหมือนไม่เข้าใจ จนลูกค้าหนุ่มเหลืออด
“ต้องให้ฉันลุกไปให้เธอดูเมนูอาหารงั้นใช่ไหม”
น้ำเสียงหงุดหงิดของเขาทำให้สาลินต้องยื่นหน้าไปใกล้ จนได้กลิ่นโคโลญหอมอ่อนๆที่ทำให้ใจหวิว แต่ลูกค้าหนุ่มก็ทำให้หมดอารมณ์ เมื่อเขาดันวางท่าเป็นลูกค้าจอมหยิ่ง เรื่องมาก แถมสบประมาทเธออีกต่างหาก
“นี่เธอ...เพิ่งมาทำงานใช่ไหม อาหารที่ฉันสั่งก็ไม่เห็นจดเป็นเรื่องเป็นราว จำได้เหรอ”
สาลินชักฉุน เลยแกล้งรวนกลับ “ได้มั้ง...ฉันจำเก่ง”
คุณชายรองซึ่งอารมณ์ไม่ดีเรื่องคนรักอยู่แล้ว หมดความอดทน “มารยาทเธอทรามมาก ฉันคือลูกค้าวีไอพี เธอถูกอบรมมายังไง พูดจายอกย้อนกับลูกค้า หางเสียงสักนิดก็ไม่มี ชื่ออะไร ฉันจะรายงานเจ้านายเธอเดี๋ยวนี้”
คำขู่ของเขา ไม่ได้ทำให้สาลินเดือดร้อนนัก ลูกค้าหนุ่มยิ่งโมโห จะตามกัปตันของร้านมาเอาเรื่องเธอให้ได้ บรรณารักษ์สาวได้ยินบริกรคนอื่นเรียกเขาว่าคุณชาย ก็เบ้หน้า ก่อนจะนึกสนุกอาสาไปตามกัปตันให้ แล้วแกล้งทำลนลาน แอบเอาน้ำราดบนตัวเขาได้อย่างแนบเนียน
“อุ๊ย...ขอโทษค่ะ หนูผิดไปแล้ว เดี๋ยวหนูเช็ดให้”
คุณชายรองรีบยกมือกุมเป้ากางเกง ร้องห้ามเสียงเข้ม ข่มความอายแทบแย่ที่ต้องมาเจอเรื่องแบบนี้ในร้านอาหารหรู ต่างจากหญิงสาวต้นเรื่องในชุดสีคล้ายสาวเสิร์ฟ เดินลอยนวลจากไปดื้อๆ พร้อมรอยยิ้มสะใจที่ได้เอาคืน!
ทั้งเรื่องคุณหญิงเทพีเพ็ญแสงและลูกค้าหนุ่ม คุณชายจอมหยิ่ง ทำให้สี่หนุ่มสาวจากห้องสมุดตัดสินใจกลับ ไม่อยู่กินให้เสียบรรยากาศและเสียอารมณ์ สาลินเห็นดีเห็นงามด้วย ไม่อยากอยู่รอให้คู่กรณีหนุ่มมาหาเรื่องอีก เลยรีบเดินนำออกไป พลันสายตาก็เหลือบไปเห็นรถยุโรปคันยาวที่สาดน้ำโคลนใส่เธอเมื่อเช้า
“ไอ้รถเจ้ากรรมนี่แหละ ต้นเหตุเรื่องทั้งหมด ถ้าเจ้าคนขับไม่ขับให้โคลนสาดมาเต็มตัว ฉันก็ไม่ต้องเปลี่ยนเป็นชุดสาวใช้ ไม่ต้องถูกคุณชายคนนั้นเข้าใจผิดว่าฉันเป็นสาวเสิร์ฟ แล้วมาด่าฉันสาดเสียเทเสีย”
ลลิตาได้ยินคำว่าคุณชายก็ตาลุก “อุ๊ย...คุณชายคนไหนด่าเธอเหรอ มีคุณชายอยู่ในร้านด้วยเหรอ”
“ไม่ทราบค่ะ เห็นบ๋อยเรียกคุณชาย”
ไนเจลเห็นว่าเรื่องจะไปกันใหญ่ รีบตัดบทชวนกลับห้องสมุด “ผมว่าเรารีบไปจากร้านนี้เถอะครับ เพราะพวกคุณมีเรื่องกับทั้งคุณหญิงคุณชาย พวกเจ้าทั้งนั้น ถ้าฟ้องร้องค่าเสียหาย พวกเราจะหมดตูด!”
ooooooo
ความจริงจากปากกัปตันว่าหญิงสาวคู่กรณีไม่ใช่สาวเสิร์ฟของร้าน ทำให้คุณชายกิตติราชนรินทร์หรือคุณชายรองหน้าแตกละเอียด แถมหัวเสียไม่น้อย ต้องเสียเวลาไปทำให้กางเกงแห้งอยู่นาน
คุณหญิงเทพีเพ็ญแสงหรือคุณหญิงก้อยถ่ายแบบเสร็จพอดี จึงมานั่งร่วมโต๊ะ อดขันไม่ได้ เมื่อได้ยินว่าชายคนรักมีเรื่องกับหญิงสาวแปลกหน้าเพราะความเข้าใจผิด จนทำให้กางเกงเปียก ต้องซักรีดใหม่ แต่คุณชายรองไม่ขำด้วย ขอตัวกลับกระทรวงดื้อๆ เพราะมีนัดประชุมสำคัญ ราชนิกุลสาวเลยตะบึงตะบอนใส่
“อะไรกัน ใจคอคุณจะให้หญิงทานคนเดียวเหรอคะ”
“ผมบอกแล้วไงว่าผมต้องกลับไปทำงาน วันนี้มีประชุมสำคัญด้วย”
“ดูคุณรองให้ความสำคัญกับงานมากกว่าหญิงเสียอีก”
“เปล่า...แต่สำหรับเจ้าหน้าที่การทูต การตรงต่อเวลาเป็นเรื่องสำคัญที่สุด”
คุณหญิงก้อยไม่พอใจมาก เริ่มรวน “ความผิดของหญิงใช่ไหม”
คุณชายรองส่ายหน้า “หญิงน่าจะบอกให้ผมทราบก่อนเรื่องถ่ายแบบ ถ้ารู้แต่แรกคงไม่นัดทานกลางวันแบบนี้”
“ได้ค่ะ...มันเป็นความผิดของหญิง การอยากจะเซอร์ไพรส์คุณชาย กลายเป็นความผิดมหันต์”
“ไม่ใช่อย่างนั้นเทพีเพ็ญแสง”
คุณหญิงก้อยเหยียดยิ้มเย็น “มันเป็นอย่างนั้น... คุณชายกิตติ หญิงไม่รบกวนเวลาอันมีค่าของคุณชายแล้วค่ะ เชิญกลับไปทำงานได้ เพราะหญิงก็จะกลับแล้วเหมือนกัน!”
พูดจบก็สะบัดหน้าหนี ทิ้งคุณชายรองให้มองตามด้วยแววตาอ่อนใจ อยากตามไปง้องอนเหมือนเคย แต่ ก็ติดประชุมสำคัญ จนไม่เหลือเวลาจะคิดเรื่องอื่นแล้ว
คุณชายรองไม่ได้ตามง้อจริงๆ คุณหญิงก้อยเลยยิ่งเคือง และกลับไปอาละวาดที่วังรัชนีกุล โดยมีหม่อมวาณี มารดาซึ่งรักเธอปานแก้วตาดวงใจตามปลอบประโลมไม่ห่าง ม.ร.ว.ศศิรัชนี รัชนีกุล หรือคุณหญิงกลาง พี่สาวคุณหญิงก้อย ได้แต่มองท่าทางเอาแต่ใจของน้องสาวด้วยแววตาเอือมระอา แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ นอกจากทำใจ
เย็นวันเดียวกันที่บ้านสวน...สาลินหอบกระเป๋าและถุงเสื้อผ้ามานั่งหน้างอ ยกมือไหว้คุณตาคุณยาย ก่อนจะสาธยายถึงเรื่องวุ่นวายตลอดทั้งวัน ไล่ตั้งแต่เรื่องเสื้อชุดใหม่เอี่ยมเตรียมสัมภาษณ์ถูกน้ำโคลนสาด จนต้องเปลี่ยนเป็นชุดแม่บ้านห้องสมุด จนถูกเข้าใจผิดคิดว่าเป็นสาวเสิร์ฟ!
คุณตาคุณยายสนใจแค่เรื่องงานของหลานสาว และเมื่อได้ยินว่าได้งานสมใจ ก็ไม่เห็นเรื่องอื่นสำคัญ
“ได้งานแล้วแม่มานั่งทำหน้างอคอคอดทำไมยะ”
“ก็เพราะชุดแม่บ้านนี่แหละคุณยาย ทำให้อีตาคุณชายทำท่าโก้คนหนึ่งคิดว่าหนูเป็นสาวเสิร์ฟ”
“อ้าว...ก็เราแต่งชุดนี้ คนเขาก็เข้าใจผิดเป็นธรรมดา”
“คุณตาขา...หนูสาวออกอย่างนี้ บอสยังชมเลยว่าหนูอยู่ในชุดแม่บ้านก็ยังสวย อีคุณชายตาต่ำแยกไม่ออก”
“ย่ะ...แม่ตาสูง รีบไปเปลี่ยนชุดเถอะ เดี๋ยวฉันจะแยกแยะไม่ออกอีกคนจะใช้หล่อนไปล้างนังมอม”
สาลินขยับตัวจะไปทำตามที่คุณยายสั่ง แต่ก็อดเข่นเขี้ยวในใจไม่ได้
“อย่าให้เจอนะทั้งนายคุณชาย ทั้งอีตาคนขับรถนั่น!”
ooooooo
คุณตาคุณยายทำพิธีไหว้บรรพบุรุษตามประเพณีคนจีนซึ่งยึดถือมานานในวันต่อมา อาหารคาวหวานมากมายถูกจัดวางอย่างเป็นระเบียบบนโต๊ะยาวซึ่งตั้งไว้กลางแจ้ง สาลินกับแกะลูกสมุนเอกไม่ได้ช่วยอะไรมาก นอกจากยืนดูห่างๆ และรอคอยเวลาธูปหมด จะได้เอาของไหว้มากินให้อิ่มหนำเหมือนเคย
สองตายายได้แต่ส่ายหน้าขำๆ อ่อนใจเหลือเกินกับความทโมนและความแสบของสาลิน แต่ก็ไม่ได้เดือดเนื้อร้อนใจอะไรมาก นึกเอ็นดูด้วยซ้ำ เพราะรู้แน่ว่าเนื้อแท้หลานสาวคนนี้จิตใจดีแค่ไหน
“แม่คุณ...ไปเร่งเจ้าท่าน ระวังให้ดีเถอะ ท่านจะมาหักคอ”
“แหมคุณยายขา...หักทำไมคะคอหนู หักคอเป็ดดีกว่า แล้วคุณยายจะให้เอาอะไรไปบ้านโน้นบ้างล่ะคะ”
“แม่ศรีชอบขนมเทียน แม่หนูน่ะชอบฟักเชื่อม”
“ที่หนูห่วงไม่ใช่ของโปรดแม่กับพี่ศรีหรอกค่ะ แต่หนูห่วงว่าจะเอาอะไรไปถึงจะสมพระยศพระเกียรติคุณป้าต่างหาก คราวก่อนเอาไปให้น้อยหน่อย ยังโดนคุณป้ากระทบกระเทียบเปรียบเปรยตั้งนาน”
คุณตาคุณยายมองหน้ากันยิ้มๆ ก่อนจะปลอบให้หลานสาวคนเล็กทำใจ ที่ต้องมีญาติเป็นตระกูลผู้ดีเก่าอย่างคุณสร้อยกับคุณสอางค์ ซึ่งก็พิธีมากไปอย่างนั้นเอง แต่ไม่ได้หวังหรือเจตนาร้ายอะไรเลย...
ข่าวเรื่องเสด็จพระองค์หญิงทาบทามหลานสาวคนโตของคุณสร้อยให้คุณชายดิเรกราชวิทย์ หรือคุณ
ชายโตแห่งวังวุฒิเวสม์ รู้ถึงหูหม่อมอำพันจนได้ ยินดีปรีดาเป็นอย่างยิ่ง ที่ลูกชายคนโตได้รับพระเมตตา นมย้อยซึ่งแวะมาคุยด้วยเพื่อหยั่งเชิง ไม่ค่อยเห็นด้วยนัก แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ นอกจากพูดอ้อมๆ
“อิฉันคิดว่าเสด็จทรงโปรดคุณชายรองอย่างกับอะไรดี”
“ก็ทรงเลี้ยงมาก็คงโปรดหรอก แต่ก็คงโปรด
ชายโตมากกว่า เพราะชายโตน่ะน่ารัก เข้าหาผู้หลักผู้ใหญ่ได้ไม่มีที่ติ แต่ชายรองน่ะมัวแต่ทำขรึม วางท่าเป็นนักเรียนอังกฤษ จะพูดอะไรทีทำยังกับกลัวดอกพิกุลร่วง”
“แหม...ไม่ถึงขนาดนั้นหรอกค่ะหม่อม”
“อีกอย่าง...เสด็จคงทรงเห็นว่าตารองมีคู่หมั้นคู่หมายอยู่แล้ว แม่หญิงก้อยนั่นไงล่ะ ไม่ได้ตัวเปล่าเหมือนชายโต”
จรวยซึ่งรับหน้าที่บีบนวดให้หม่อมอำพัน ได้ยินก็ของขึ้น ลงแรงมือมากกว่าที่เคย จนหม่อมร้องเสียงหลง แต่ไม่ทันโดนเอ็ด เสียงรถยนต์สองคันของคุณชายโตกับคุณชายรองก็ดังขึ้นเสียก่อน
จรวยถลาไปต้อนรับคุณชายโตด้วยสีหน้าแช่มชื่นอย่างปิดไม่มิด คุณชายรองซึ่งหอบหิ้วกระเป๋าและเอกสารมากมาย แต่ไม่มีใครมาต้อนรับ อดมองไปทางพี่ชายด้วยแววตาเหนื่อยใจไม่ได้ แต่ก็ทำอะไรไม่ได้มาก นอกจากขอเวลาส่วนตัวพี่ชายคืนนี้ เพื่อพูดบางอย่างให้จบเสียที
นมย้อยมองจากด้านในตำหนักเล็ก เห็นทุกอย่าง ก็ได้แต่ส่ายหน้าอ่อนใจ และอดเปรยถึงคุณชายเล็ก หรือคุณชายบดินทราชทรงพล หนุ่มหล่อเจ้าสำราญประจำตำหนักเล็กไม่ได้
หม่อมอำพันได้ยินชื่อลูกชายคนเล็ก ก็นึกหงุดหงิด “ไปคิดถึงมันทำไม ฉันห้ามไม่ให้มันไปเมืองนอก มันก็ไม่ฟัง ดิ้นรนจะไปเองจนได้ ดีไม่ดี ป่านนี้กลายเป็นไอ้จิ๊กโก่โร่ ได้นังแหม่มเป็นเมียกี่โขลงแล้วก็ไม่รู้”
“อุ๊ย...ไม่หรอกค่ะ คุณเล็กเธอเป็นคนใฝ่ดีจะตาย”
“นี่นมย้อย...ว่าฉันเลี้ยงลูกลำเอียงหรือ”
นมย้อยเกือบตอบว่าใช่ แต่สองคุณชายและจรวยมาถึงห้องโถงเสียก่อน เลยลุกไปต้อนรับทักทายเหมือนเคย หม่อมอำพันลูบหัวลูบหลังคุณชายโตด้วยความเอ็นดู โดยมีสายตาของคุณชายรองมองมาด้วยความน้อยใจ จนนมย้อยทนไม่ไหว ต้องเข้าไปเอาน้ำในครัวและมาพูดคุยด้วยเหมือนเคย
ท่าทางสนิทสนมของจรวยกับคุณชายโตเป็นไปตามที่นมย้อยเคยบอกอย่างไม่ต้องสงสัย คุณชายรองได้แต่มองตามด้วยสีหน้าหนักใจ...เห็นทีจะต้องเร่งพูดจากับพี่ชายให้รู้เรื่อง ก่อนที่ทุกอย่างจะสายไป
ooooooo
สาลินหอบข้าวของไหว้ไปหาแม่กับพี่สาวถึงบ้านราชดำริในเย็นวันเดียวกัน อุ่นเรือนกับศรีจิตราดีใจมาก ได้เจอหน้าสาวแสบบ้านสวน ต่างจากคุณสร้อย ซึ่งตั้งตัวเป็นไม้เบื่อไม้เมากับหลานสาวคนเล็กมาตลอด
“หล่อนเองหรือยะ แม่ลำโพงงานวัด มาทีเสียงดังไปสามบ้านแปดบ้าน”
“แหม...บ้านแถวนี้ที่กว้างเป็นไร่ อย่างเก่งก็ได้ยินแค่หลังถัดไป ไม่ถึงแปดบ้านหรอกค่ะ”
คุณสร้อยค้อนตาคว่ำ อยากจะหยิกหลานสาวคนเล็กให้เนื้อเขียว แต่ก็ต้องข่มอารมณ์ไว้
“แล้วนี่ขนอะไรมา ไหว้เจ้าไหว้ก๋งองค์ไหนกันยะ”
“หนูก็ไม่ทราบเหมือนกันค่ะ แต่ว่าไหว้กี่อย่างก็ขนมาให้คุณป้าหมดเลยค่ะ”
พูดจบก็ยกชะลอมผลไม้และถุงข้าวของไหว้มาอวด กลิ่นหอมของอาหารคาวหวาน และสีสันสดใสของผลไม้จากสวน ทำให้คุณสร้อยกลืนน้ำลายดังเอื๊อก ก่อนจะกลบเกลื่อน ทำท่าเหม็นเบื่อ
“แต่ก็อย่างว่า ของไหว้ก็เท่านี้ ซ้ำๆซากๆ ซ้ำยังขนมาท่วมหัวท่วมหู”
อุ่นเรือนส่งสายตาปรามลูกสาว ก่อนจะพยายามไกล่เกลี่ย ให้นำไปแจกเพื่อนบ้าน คุณสร้อยนึกขวาง แหวลั่นด้วยความลืมตัว ออกอาการเป็นหวงข้าวของทันที
“เรื่องอะไร เดี๋ยวเขาจะหาว่าประจบประแจง พวกนั้นน่ะ ท้องยุ้งพุงกระสอบ ของแค่นี้ไม่ครนามันหรอก”
บรรดาสาวใช้ในบ้านมองหน้ากันงงๆ ก่อนจะหัวเราะ ไม่ถือสาหาความเจ้านายสาว ที่ช่างค่อนแคะแดกดันไปตามประสา เช่นเดียวกับสาลิน กลั้นยิ้มแทบแย่เมื่อเห็นท่าทางขี้หวงของป้า อยากจะแหย่ให้หายคิดถึงอีกหลายยก แต่ก็ต้องเบิกตาโพลงเสียก่อน เมื่อเห็นศรีจิตราเดินออกจากกระโจมอบผิว
“อุ๊ย...พี่ศรีเป็นอะไรคะ ตัวเหลืองอย่างกับสูบฝิ่น”
ศรีจิตรายิ้มเจื่อน อธิบายเสียงอ่อน “พี่เพิ่งออกจากกระโจมอบตัว เหลืองนี่เหลืองขมิ้นยายสา”
สาลินคว้ามือพี่สาวมาดม ก่อนจะหัวเราะ “พี่ศรีกลิ่นเหมือนไก่ย่างหน้าสถานีเลย”
คุณสร้อยไม่ขำด้วย เอ็ดลั่น “ดูปากมัน แม่คนนี้ ของดีว่าเน่า ขี้เต่าว่าหอม พี่สาวหล่อนน่ะ เขาต้องอบร่ำตามตำรับชาววัง เพราะอีกหน่อยก็ต้องถวายตัวเข้าวังเสด็จแล้ว”
สาลินตาโต “ถวายตัว เข้าวังทำไมคะ”
“จะทำไม ก็ไปเตรียมตัวให้พร้อมน่ะสิ”
“เตรียมตัวให้พร้อม พร้อมทำไมคะ”
“ก็พร้อมจะเป็นสะใภ้จ้าวน่ะสิยะ ไม่เหมือนนังบางคน อย่างดีก็เป็นได้แค่สะใภ้ไพร่!”
ooooooo
คุณชายกิตติราชนรินทร์หรือคุณชายรองแห่งวังวุฒิเวสม์ นั่งมองเวลาในห้องอย่างใจเย็น ก่อนจะลุกไปคุยกับพี่ชายตามนัด แต่กลับต้องถอยแทบไม่ทัน เมื่อแอบเห็นจรวยเข้าไปในห้องพี่ชาย...
คืนเดียวกันที่บ้านราชดำริ...สาลินอยู่ค้างกับแม่และพี่สาว เบื่อจะเล่าเรื่องงานของตนเต็มที แต่อยากรู้เรื่องคู่หมั้นคู่หมายของพี่สาว ราชนิกุลหนุ่มจากวังวุฒิเวสม์มากกว่า
“คุณชายคนไหนคะ ที่จะมาเป็นคู่หมายของพี่ศรี”
“พี่ก็ยังไม่รู้เลยว่าคนไหน”
“หา...แล้วจะแต่งกันไปได้ยังไง”
“ก็อีกหน่อย คงจะได้เจอตัวทำความรู้จักกัน”
“โธ่...ใครก็ไม่รู้ หน้าตายังไงก็ไม่รู้ ถ้าเกิดปากเบี้ยว ตาเหล่ ฟันเหยินล่ะ”
อุ่นเรือนกับศรีจิตรายิ้มขัน อ่อนอกอ่อนใจเหลือเกินกับวาจาเปรียบเปรยของสาลิน ต่างจากคุณสร้อย ซึ่งผ่านมาได้ยินโดยบังเอิญ ถึงกับหูผึ่งและแทบเต้นเมื่อได้ยินคำพูดแดกดันของหลานสาวคนเล็ก
“ถึงแม่กับพี่ศรีจะบอกว่าคุณชายวังนั้นงามกันทุกคน...แต่นิสัยใจคอล่ะคะ ถ้าเกิดใจทมิฬหินชาติ หรือขี้เหล้าเจ้าชู้เป็นไฟ หรือว่ามีเมียเก็บซุกไว้แล้วละคะ”
ในที่สุดสร้อยก็ทนไม่ไหว ต้องโผล่ไปแหวใส่หลานสาวคนเล็ก “ว้าย...นังสู่รู้ ไปว่าคุณชายเขา พี่เราน่ะเขาจะได้เป็นสะใภ้จ้าว แทนที่จะดีใจ ติดใบบุญพี่เขาไปอบร่ำเป็นผู้ดิบผู้ดีชาววัง กลับมาเสี้ยมพี่สาวไม่ให้แต่งเสียนี่”
“คุณป้าขา...หนูไม่อยากไปอบร่ำเป็นชาววังหรอกค่ะ เจ้าเดี๋ยวนี้ขายวังกินถมถืดไป อีกอย่าง...นี่มันยุคอวกาศแล้วนะคะ มันหมดยุคคลุมถุงชนแล้ว”
“แม่อุ่น...ดูลูกสาวหล่อนนะ นี่คงอ่านหนังสือพวกหัวรุนแรงมาแน่ๆ ถึงได้มีความคิดขวางโลกแบบนี้”
“สาไม่ได้ขวางโลก แต่สาเชื่อว่าคนเราแต่งงานกัน ก็ต้องแต่งกันเพราะความรัก ไม่ใช่ถูกบังคับแต่ง”
“แหม...แม่หัวสมัย แก่แดดนักนะ รู้จักด้วยเหรอความรักน่ะ”
“ก็อ่านในหนังสือไงคะ”
“อ้อ...นิยายประโลมโลกทั้งนั้น ไม่ต้องมาเถียงฉัน ฉันน่ะผ่านร้อน ผ่านหนาว ผ่านโลกมามากกว่าแก”
“แล้วคุณป้ารู้จักความรักด้วยเหรอคะ”
คุณสร้อยอ้าปากค้าง เพราะตัวเองก็เป็นสาวโสดไม่ได้แต่งงาน อุ่นเรือนกลัวจะเป็นเรื่อง ร้องสั่งให้ลูกสาวคนเล็กขอโทษพี่สาวสามี แต่คุณสร้อยก็โบกมือห้ามเสียก่อน
“ไม่ต้องขอโทษ แต่ฉันจะสำเร็จโทษมัน ไม้เรียวอยู่ไหน ไม้แขวนเสื้อก็ได้!”
จบคำก็คว้าไม้แขวนเสื้อใกล้มือไล่ตีสาลิน แต่สาวแสบบ้านสวนก็ไวเหลือเชื่อ หนีไปได้ทุกครั้ง จนคุณสร้อยถอดใจ ล้มเลิกความคิดจะลงโทษหลานสาวคนเล็ก อุ่นเรือนโกรธมาก ร้องเรียกให้ลูกสาวคนเล็กเอ่ยคำขอโทษ สาลินรู้สึกผิดไม่น้อย จึงยอมคลานมากราบใกล้ๆ แต่ไม่วายเถียงแทนพี่สาว
“แต่แหม...หนูเห็นว่าเราเข้ายุคอวกาศไปเดินดวงจันทร์กันแล้ว ทำไมเรายังติดธรรมเนียมโบราณกันอยู่”
“อย่ามาเห่อเรื่องเหยียบดวงจงดวงจันทร์เลยเขาเหยียบกันมานมนานกาเลแล้ว”
สาลินทำหน้างงๆ คุณสร้อยก็ตกหลุมพราง อธิบายเสียงห้วน “จะใคร...ก็คนไทยน่ะสิ เราถอดจิตไปดวงจันทร์ ดวงอาทิตย์มาแต่ไหนแต่ไร อย่าได้เห่อเชื่อฝรั่งมันเชียว”
สามแม่ลูกกลั้นหัวเราะกันแทบแย่ ปล่อยให้คุณสร้อยโอ่เรื่องวาสนาของศรีจิตราด้วยความภาคภูมิใจ
“ยายศรีน่ะ ได้เป็นสะใภ้วังวุฒิเวสม์ก็เพราะฉัน ฉันอบรมขัดเกลายายศรีมากับมือ จนเป็นผู้รากมากดี เป็นแม่ศรีเรือน เสด็จทรงเล็งเห็นถึงได้ทรงเลือกยายศรี”
“เป็นพระคุณเหลือเกินค่ะ แล้วตกลงพี่ศรีจะเป็นคู่หมายใครคะ”
“คุณชายโตไงยะ เป็นข้าราชการอนาคตไกล ต่อไปก็จะได้เป็นคุณชายปลัด เป็นคุณชายเจ้ากระทรวง โก้หร่าน เหมาะกับยายศรีราวกิ่งทองใบหยก”
คุณสร้อยวาดฝันคนเดียวอย่างมีความสุข โดยมีสามแม่ลูกมองมาอึ้งๆ ถึงบางอ้อสักทีว่าว่าที่คู่หมั้นของศรีจิตรา ก็คือคุณชายดิเรกราชวิทย์ หรือคุณชายโตแห่งวังวุฒิเวสม์นั่นเอง!
ooooooo
หลังชวดคุยกับพี่ชายเมื่อคืน เพราะถูกจรวยตัดหน้าเข้าไปบำเรอสวาทก่อน คุณชายกิตติราชนรินทร์ หรือคุณชายรองแห่งวังวุฒิเวสม์ก็ตัดสินใจพูดเรื่องหมั้นหมายกับพี่ชายในเช้าวันรุ่งขึ้น
คุณชายดิเรกราชวิทย์หรือคุณชายโตถอนใจเฮือกใหญ่ เมื่อน้องชายคนรองเสนอให้เลิกกับจรวย และเตรียมตัวแต่งงานกับเจ้าสาวที่เสด็จพระองค์หญิงจัดหาให้
“นายจะให้ฉันไปรักกับยายหลานสาวคุณสอางค์อะไรนั่น ทั้งๆที่ไม่เคยเห็นหน้าค่าตางั้นหรือ”
“พี่จะขัดพระประสงค์ของเสด็จหรือครับ”
“ฉันยอมแต่ง แต่ฉันก็ต้องมีเมียรองไว้ปรนนิบัติส่วนตัวฉันเหมือนกัน”
คุณชายรองถึงกับกุมขมับ แต่ยังพยายามเจรจาอย่างใจเย็น “หมายความว่าพี่จะไม่เลิกกับจรวย...ถ้าอย่างนั้นผมเห็นว่าพี่ก็ควรกราบทูลความจริงเด็จป้าทั้งหมด เรื่องการหมั้นหมายจะได้ล้มเลิกไป”
“ชายรอง...เรื่องนี้ให้เป็นหน้าที่พี่ตัดสินใจดีกว่านะ ถึงเสด็จจะทรงมอบหมายให้นายเป็นคนดูแลคนในตำหนักเล็ก แต่ไม่ได้หมายความว่านายจะมาควบคุมเรื่องส่วนตัวของพี่ได้”
ขาดคำจรวยซึ่งแอบฟังตลอด ก็ถลาออกไปพร้อมรองเท้าขัดใหม่เอี่ยมในมือ คุณชายรองหัวเสียมาก ที่สาวใช้เจ้าปัญหาโผล่มาขัดจังหวะ แต่ก็ทำได้แค่ฮึดฮัดจากไป ทิ้งคุณชายโตให้มองไปทางสาวใช้ทรงอวบอย่างรู้ทัน
“ตั้งใจใช่ไหมเนี่ย...เธอนี่ร้ายไม่ใช่เล่น”
จรวยวางรองเท้า ก่อนโผกอดเขาแน่น “ไม่มีใครมาพรากจรวยไปจากคุณชายได้หรอกค่ะ”
การเจรจากับพี่ชายล้มเหลวไม่เป็นท่า ทำให้คุณชายกิตติราชนรินทร์หรือคุณชายรองหงุดหงิด แต่ก็ต้องพยายามข่มอารมณ์ ปรับสีหน้าให้เข้าที่เข้าทาง เพราะต้องไปง้องอนหญิงคนรักถึงวังรัชนีกุล
คุณหญิงศศิรัชนีหรือคุณหญิงกลาง พี่สาวคนเดียวของคุณหญิงเทพีเพ็ญแสง หรือคุณหญิงก้อย รีบมาต้อนรับราชนิกุลหนุ่ม ก่อนจะผายมือให้เข้าไปด้านใน ที่ซึ่งน้องสาวจอมเอาแต่ใจของตนนั่งเล่นอยู่
คุณหญิงก้อยแกล้งโกรธได้ไม่นาน ก็ต้องใจอ่อน เมื่อเจอลูกอ้อนของชายคนรัก
“ได้โปรดเข้าใจผมด้วยนะครับ เรื่องการตรงต่อเวลาเป็นเรื่องสำคัญมากสำหรับนักการทูต”
“หญิงเข้าใจค่ะคุณรอง แต่คุณรองทำเหมือนหญิงไม่มีหัวจิตหัวใจ ไม่แคร์ความรู้สึกของหญิงเลย”
“ใครว่า...หญิงก้อยคือคนที่ผมแคร์มากที่สุด แต่หญิงต้องเข้าใจด้วยว่าถ้าเราแต่งงานกัน หญิงคือภริยาท่านทูตในอนาคต มีหน้าที่ต้องสนับสนุนงานของสามีในทุกๆด้าน หญิงจะเอาตัวเป็นที่ตั้งแบบนี้ไม่ได้”
คุณหญิงก้อยชะงัก ความโกรธพลุ่งพล่านขึ้นอีกครั้ง แต่ก็ต้องพยายามระงับ และตั้งใจฟังสิ่งที่เขาพูด
“หญิงต้องตามผมไปอยู่ต่างประเทศ และอาจจะย้ายไปหลายประเทศด้วยซ้ำ หญิงต้องปรับตัวให้เข้ากับผู้คน หรือสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนไปให้ได้ เข้าใจใช่ไหมครับ”
“ค่ะ...เข้าใจค่ะ หญิงต้องหมุนไปตามโลกของคุณชายท่านทูต”
“ไม่เอาน่ะ อย่าพูดประชดแบบนี้ หญิงต้องเลิกทำตัวเหมือนเด็กๆที่ต้องให้ใครต่อใครมาพะเน้าพะนอเอาใจตลอดเวลา หญิงเป็นผู้ใหญ่แล้วนะครับ”
คุณหญิงก้อยข่มความไม่พอใจอย่างสุดความสามารถ ก่อนจะปั้นหน้ายิ้มแย้ม เมื่อชายคนรักเกริ่นถึงเรื่องแต่งงาน พร้อมกับมอบแหวนเกลี้ยงมีหัวฝังพลอยซึ่งเขาใส่ติดตัวเสมอให้
“นี่ยังไม่ใช่แหวนหมั้น แต่เป็นแหวนที่ผมรักมากที่สุด ขอให้แหวนนี้เป็นแหวนแทนใจผม”
“นี่แหวนผู้ชายนี่คะ”
“แหวนนี้ท่านพ่อทรงสวมติดนิ้วเสมอ แล้วท่านพ่อประทานให้ผมก่อนท่านสิ้น”
ooooooo
แหวนแทนใจของคุณชายกิตติราชนรินทร์ ไม่ได้ทำให้คุณหญิงเทพีเพ็ญแสงซาบซึ้งใจ แต่ทำให้อึดอัดมากกว่า เพราะเหมือนเป็นการผูกมัดแบบสมถะที่เธอแสนจะไม่ชอบ วิรงรองรู้นิสัยใจคอเพื่อนสาวดี แต่ก็ไม่อยากให้คิดมาก เพราะราชนิกุลหนุ่มก็มีดี เป็นถึงว่าที่ท่านทูตอนาคตไกล
“ภริยาทูตงั้นหรือ ตกลงแต่งงานกันไป ฉันต้องกลายเป็นยายเมียทูต เดินตามผัวต๊อกๆ ไปอยู่ประเทศโน้น ประเทศนี้ ต้องทำพินอบพิเทากับทุกคนทุกสังคมที่ผัวพาไปรู้จัก”
“นั่นแหละหน้าที่ภริยาผู้เพียบพร้อม เธอไม่ต้องการหรอกเหรอ”
“แล้วชีวิตฉันอยู่ที่ไหนล่ะ ฉันก็อยากมีชีวิตของฉันเองบ้างสิ นี่มันยุคเสมอภาคทางเพศแล้วนะ”
“หญิงก้อยขา หัวสมัยใหม่มากไม่ได้นะคะ เพราะหญิงกำลังจะแต่งงานกับผู้ชายหัวเก่าอย่างคุณชายรอง”
คุณหญิงก้อยส่ายหน้าเนือยๆ เบื่อและเซ็งเต็มทีกับจารีตและขนบธรรมเนียมบ้าๆของประเทศบ้านเกิด ที่ทำให้เธอสูญเสียอิสรภาพ วิรงรองเห็นใจราชนิกุลสาวมาก เลยคิดช่วยด้วยการชวนไปปาร์ตี้แก้เครียดกับกลุ่มเพื่อนของเธอ
กลุ่มเพื่อนของวิรงรองประกอบด้วย อัศนีย์ เถลิงการ เศรษฐีหนุ่มรูปหล่อพ่อรวย จิตติณ หนุ่มสังคมผู้รักสนุก จิตริณี นักเรียนนอกคนสวย ซึ่งแอบรักอัศนีย์มานาน...ทั้งหมดรวมตัวกันเป็นครั้งแรก หลังกลับจากเมืองนอกเมื่อไม่กี่วันก่อน และคืนนี้วิรงรองก็นัดเดตอัศนีย์ ให้แก่คุณหญิงเทพีเพ็ญแสงหรือคุณหญิงก้อย สาวสังคมคนดังแห่งพระนคร
การเจอกันครั้งแรกของอัศนีย์กับคุณหญิงก้อยร้อนแรงกว่าที่คิด สองหนุ่มสาวเต้นรำคลอเคลียไม่ห่าง และพลอดรักในมุมลับตาแบบไม่สนใจใคร แต่ก็หนีไม่พ้นสายตาศุภร เพื่อนหนุ่มคนสนิทของคุณชายกิตติราชนรินทร์หรือคุณชายรอง ซึ่งไม่รอช้า รีบโทร.บอกราชนิกุลหนุ่มให้รีบออกมาดูพฤติกรรมของหญิงคนรัก
คุณชายรองหัวเสียมาก ต้องดื่มเหล้าย้อมใจ เมื่อทราบจากคุณหญิงศศิรัชนีหรือคุณหญิงกลางว่าคุณหญิงก้อยอ้างชื่อเขาไปเที่ยวกลางคืน และเมื่อศุภรโทร.บอกเรื่องพฤติกรรมของเธอในไนต์คลับ ราชนิกุลหนุ่มก็มีสีหน้าเหมือนคนอกหัก จนนมย้อยสังเกตเห็น และพยายามคะยั้นคะยอให้ระบายความอึดอัดใจ
“คุณน่ะผิดกับคุณชายเล็กจริงๆ รายนั้นมีอะไรก็เล่าหมด แต่คุณน่ะชอบเก็บไว้กับตัว แล้วก็เครียดคนเดียว”
“ผมไม่อยากให้ใครเป็นภาระนี่ครับ”
“ไม่ใช่ภาระอะไรเลย ถ้าคุณระบายออกมาเสียบ้าง ก็ไม่ต้องแบกภาระหนักอึ้งไว้คนเดียว”
“นมครับ...ผมกำลังสงสัยว่าหญิงก้อยรักผมบ้างไหม”
นมย้อยตอบแทนไม่ได้ คุณชายรองเลยหอบสภาพเมาแอ๋ไปหาคำตอบเอง ด้วยการตามไปดูให้เห็นกับตาที่ไนต์คลับ โดยมีศุภรตามประกบ และภาพบาดตาระหว่างหญิงคนรักกับหนุ่มหล่อพ่อรวย ก็ทำให้ราชนิกุลหนุ่มของขึ้น อาละวาดหนักเพราะฤทธิ์น้ำเมา ก่อนจะพยายามลากคุณหญิงก้อยไปคุยกันให้รู้เรื่อง
อัศนีย์โกรธมากที่ถูกหยาม ทำท่าจะมีเรื่องชกต่อย ศุภรเลยรีบเข้าขวางแทนเพื่อนรัก ก่อนจะประกาศลั่นว่าคุณหญิงก้อยเป็นคนรักของคุณชายรองแห่งวังวุฒิเวสม์ แต่หนุ่มหล่อพ่อรวยก็ไม่สนใจ สวนกลับ
“จะชายรอง หรือชายกระโปรงที่ไหน หรือใครมันจะรักใคร ฉันไม่สน ถ้าคุณหญิงไม่อยากไปกับไอ้คนนี้ แล้วมาใช้กำลังบังคับแบบนี้ ฉันถือว่าฉันปกป้องคุณหญิงโว้ย”
ศุภรทนไม่ไหว แหวลั่นปกป้องศักดิ์ศรีเพื่อนหนุ่มราชนิกุล “เฮ้ย...ให้คนที่เขาเป็นแฟนกันปกป้องกันเองดีกว่านะ โดยเฉพาะปกป้องจากไอ้พวกแย่งแฟนคนอื่นหน้าด้านๆน่ะ!”
ooooooo
พ่อค้าได้แต่ยิ้มเซ็งๆ แล้วพายเรือจากไป ไม่กล้าโวยเพราะสาลินเป็นหลานสาวคนเล็กของเจ้าของบ้านเช่าที่เขาอาศัยมานานปี สาวแสบเห็นพ่อค้าพายเรือพ้นคุ้งแล้ว จึงตะโกนขอส่วนแบ่งขนมจากลูกสมุน แต่ไม่ทันลิ้มรสของอร่อย ก็ต้องกรีดร้องเสียงหลง เมื่อพลัดหล่นจากต้นไม้ลงคลอง!
เวลาเดียวกันที่บ้านราชดำริ...คุณสร้อย เจ้าของบ้านสาวใหญ่วัยห้าสิบห้า ท่าทางเคร่งเครียด ระเบียบจัด กำลังเจ้ากี้เจ้าการเหล่าสาวใช้เรื่องงานบ้าน โดยมีศรีจิตรา หลานสาวคนโตและพี่สาวของสาลิน นั่งพับเพียบแกะสลักขิงดองกับอุ่นเรือนผู้เป็นแม่ไม่ไกลกันนั้น ทันใดนั้น... เสียงนาฬิกาตีบอกเวลาสิบเอ็ดโมง สร้อยก็เริ่มบ่น
“กี่โมงกี่ยามแล้วล่ะเนี่ย ดู๊...จะเที่ยงแล้วนี่ ทำไมไม่ลงครัว มานั่งลอยหน้าเสนอนวลอยู่ทำไมยะ”
อุ่นเรือนขยับตัวรับหน้า จะรีบไปทำมื้อกลางวันให้ แต่คุณสร้อยก็ไม่วายจู้จี้
“นี่แม่ศรี วันนี้แกงสะระหมั่นน่ะ ให้ถึงกะทิหน่อยนะ อย่าให้ใสเป็นแกงจืด ชืดๆชาดๆเหมือนอาม่าบ้านสวน”
“แกงคราวที่แล้วใสไปหรือคะคุณป้า”
“ก็อย่างงั้นสิยะ ใสเป็นน้ำล้างหัวล้าน”
กำไลกับพิศ สองสาวใช้ลอบส่งยิ้มให้กันขำๆ ก่อนจะยั่วประสาทเจ้าของบ้านสาวใหญ่เรื่องวิธีทำแกงตำรับชาววัง ซึ่งก็ได้ผล คุณสร้อยเอ็ดใหญ่และบ่นตามมาอีกกระบุงโกย แถมพาลกับศรีจิตรา
“นี่แม่ศรี...อยู่หน้าเตาน่ะเหมาะกับแกแล้ว เผื่อวันไหนบ้านแตกสาแหรกขาดขึ้นมา แกจะได้มีวิชาไปต้มยำทำแกงขาย ไม่ต้องไปตักอึรดผักให้เหม็นโฉ่เหมือนอาม่าแก”
ศรีจิตรากับอุ่นเรือนกลั้นยิ้มกันแทบแย่ ได้ยินบ่อยจนชินและไม่นึกถือสา เช่นเดียวกับกำไลและพิศ ทั้งหมดรู้ดีว่าคุณสร้อยจุกจิกและเหน็บไปแบบนั้นเอง แต่ในใจไม่ได้หมายความจริงจังอย่างที่พูดสักนิด
หลังส่งทุกคนเข้าครัว คุณสร้อยก็ได้ต้อนรับคุณสอางค์ พี่สาวคนสวย ข้าหลวงคนสนิทของเสด็จพระองค์หญิงแห่งวังวุฒิเวสม์ ซึ่งแวะมาแจ้งข่าวสำคัญ
และข่าวสำคัญที่ว่าก็ทำให้คุณสร้อยตามคุณสอางค์ไปเข้าเฝ้าเสด็จพระองค์หญิงถึงวังวุฒิเวสม์ในบ่ายวันเดียวกัน มาลาและวรรณา สองสาวต้นห้องเสด็จฯออกมา ต้อนรับ คุณสร้อยก็ทักทายอย่างอารมณ์ดี ก่อนจะได้ยิ้มหน้าบานเป็นสองเท่า เมื่อเสด็จฯตรัสขอทาบทามศรีจิตราให้ ม.ร.ว.ดิเรกราชวิทย์ วุฒิวงศ์ หรือคุณชายโต
ooooooo
ข่าวขอทาบทามหลานสาวคนสวยของคุณสร้อยจากบ้านราชดำริ ให้เป็นคู่หมั้นคู่หมายของ ม.ร.ว.ดิเรกราชวิทย์ หรือคุณชายโต แพร่สะพัดทั่ววังวุฒิเวสม์ในวันเดียวกัน ไม่เว้นแม้แต่นมย้อย
นมย้อยเป็นนางข้าหลวงเก่าแก่แห่งวังวุฒิเวสม์ แม่นมของเหล่าคุณชายทั้งสาม คือ ม.ร.ว.ดิเรกราชวิทย์ หรือคุณชายโต ม.ร.ว.กิตติราชนรินทร์ หรือคุณชายรอง และ ม.ร.ว.บดินทราชทรงพล หรือคุณชายเล็ก จึงได้รับการยกย่องว่าเป็นเสมือนนายอีกคน เพราะข้าหลวงเก่าแก่เป็นที่รักของเหล่าคุณชายยิ่งนัก
ข่าวจากตำหนักใหญ่ของเสด็จพระองค์หญิง ทำให้นมย้อยร้อนใจ แต่ก็ไม่กล้าบอกหม่อมอำพัน มารดาของสามคุณชาย ซึ่งเป็นคนโผงผางและขี้โวยวาย จึงไปดักรอพูดกับ ม.ร.ว.กิตติราชนรินทร์ หรือคุณชายรองแทน
จรวยสาวใช้หน้าคมทรงอวบประจำตำหนักเล็กของเหล่าคุณชาย ผ่านมาเห็นท่าทางแปลกๆของนมย้อย ก็อดสงสัยไม่ได้ และถึงกับหูผึ่ง เมื่อได้ยินนางข้าหลวงเก่าแก่พูดถึงข่าวใหญ่จากตำหนักใหญ่ของเสด็จพระองค์หญิง
“เสด็จท่านทรงตัดสินพระทัยแล้ว เรื่องคู่หมายคุณชายโตค่ะ เห็นว่าเป็นหลานสาวคนโตของคุณสอางค์”
“นมบอกหม่อมหรือยังครับ พี่ชายโตด้วย”
“ยังค่ะ เดี๋ยวหม่อมก็คงทราบจากเสด็จ แต่ที่อิฉันร้อนใจมาปรึกษาคุณรองก็เรื่องคุณโตกับ...แม่จรวยสาวใช้ค่ะ”
ชื่อตัวเองทำให้จรวยตาลุก แล้วก็ถึงกับอ้าปากค้าง เมื่อได้ยินคำบอกเล่าจากปากนมย้อย
“คุณรองเพิ่งกลับจากต่างประเทศ คงไม่รู้เรื่องอะไร คุณโตเธอแอบมีอะไรลับๆกับแม่จรวยค่ะ มีมานานเป็นปีๆแล้ว...คุณรองคิดอ่านประการใดคะ จะตัดไฟแต่ต้นลม ให้แม่จรวยกลับต่างจังหวัดเลยดีไหมคะ เพราะถ้ายังปล่อยให้คาราคาซังแบบนี้ เรื่องอื้อฉาวไปถึงพระเนตรพระกรรณแน่ๆ”
“เรื่องนี้มีใครรู้บ้างครับ”
“ก็มีอิฉัน แม่น้อมกับนังเจียม บ่าวไพร่คนอื่นคงไม่มีใครรู้หรอกค่ะ”
จรวยว้าวุ่นใจมาก และไม่รอช้า ไปร้องไห้ขอความเห็นใจจากคุณชายดิเรกราชวิทย์หรือคุณชายโต
“หา...ฉันต้องแต่งงานกับหลานสาวคุณข้าหลวงใหญ่งั้นหรือ”
“ค่ะ...เสด็จรับสั่งแล้ว คุณนมก็จะไล่จรวยออกจากวัง เขาไม่ให้จรวยอยู่กับคุณชาย ขัดขวางความรักของเรา”
คุณชายโตได้ยินคำว่ารักก็ทำหน้าไม่ถูก ไม่อยากยอมรับนัก แต่ก็ไม่กล้าปฏิเสธ
“อย่าเพิ่งตีโพยตีพายไปก่อนไข้เลยน่าจรวย”
“ไม่ได้ค่ะคุณชาย จรวยไม่อยากจากคุณชายไปไหน จรวยรักคุณชาย คุณชายต้องช่วยจรวยนะคะ”
จบคำก็ถลาไปกอดขา คุณชายโตทำหน้าเอือมๆ ก่อนจะได้กลืนน้ำลายเอื๊อก เมื่อเห็นเนินอกอวบอิ่ม
“เอาน่า...เรื่องแต่งคงอีกนาน เราคงพอคิดอ่านหาทางออกได้”
จรวยดีใจ โผกอดคุณชายโตแน่น “สัญญานะคะว่า คุณชายจะไม่ทิ้งจรวย”
ไม่รู้ว่าเพราะเนินเนื้ออกอิ่ม หรือเพราะสำนึกจากใจกันแน่ ทำให้คุณชายโตยอมสัญญา ก่อนจะประคองสาวใช้ทรงอวบขึ้นเตียง กอดจูบลูบไล้กันนัวเนีย ไม่รู้เลยว่าคุณชายกิตติราชนรินทร์ หรือคุณชายรอง ผ่านมาเห็นทุกอย่างจากช่องประตู สีหน้าหนักใจ...ไม่รู้จะเตือนหรือไม่เตือนพี่ชายโตดี
ooooooo
ขณะที่ชาววังวุฒิเวสม์ตะลึงกับข่าวคู่หมั้นคู่หมายของคุณชายดิเรกราชวิทย์หรือคุณชายโต ที่บ้านราชดำริก็วุ่นวายกันใหญ่ เพราะคุณสร้อยดีใจจนเนื้อเต้น ที่ศรีจิตรา หลานสาวคนโตจะได้เป็นว่าที่สะใภ้จ้าว ศรีจิตราซึ่งง่วนกับงานครัวตั้งแต่บ่าย ถึงกับพูดไม่ออก เมื่อเห็นรอยยิ้มน่าสงสัยของคุณสร้อยผู้เป็นป้า
“ต๊าย...หน้าเป็นมัน ฟันเป็นยาง ต่อไปนี้ห้ามลงครัวเด็ดขาดนะลูก”
“อ้าว...ไหนคุณป้าบอกให้ลงครัวไว้ เผื่อวันไหนตกระกำลำบากไงคะ”
“วุ้ย...ตกระกำลำบากอะไร มีแต่จะขึ้นสูงนั่งวอช่อฟ้าสาวิกากาญจน์น่ะสิ”
อุ่นเรือนซึ่งเพิ่งมาสมทบ สบตาศรีจิตรางงๆ คุณสร้อยฉีกยิ้มกว้าง ก่อนจะเฉลย
“ช่างไม่รู้อะไรเลย ตอนนี้แม่ศรีหลานฉันจะได้เป็นสะใภ้จ้าวแล้วน่ะสิยะ”
ศรีจิตราถึงกับอึ้ง เช่นเดียวกับอุ่นเรือน แต่คุณสร้อยก็ไม่สนใจ มัวปลื้มกับวาสนาของหลานสาว
“แหม เสียดาย คุณชายวังโน้นตัวเปล่าเล่าเปลือยอยู่ตั้งสององค์ ฉันก็มีหลานสาวตั้งสอง น่าจะเข้าคู่กัน”
หลานสาวอีกคนของคุณสร้อยก็คือสาลิน สาวสวยสุดแสบจากบ้านสวนริมคลองจังหวัดนนทบุรี อุ่นเรือนมั่นใจว่าคงเป็นไปไม่ได้ เพราะลูกสาวคนเล็กรักอิสระและดื้ออย่าบอกใคร ซึ่งคุณสร้อยก็รู้ดี แต่ก็อดหวังไม่ได้
“แม่สาลินน้องสาวเธอน่ะแม่ศรี...ใฝ่ต่ำ ให้มาอบรมเป็นผู้ดีก็ไม่ยอม อยากจมอยู่ท้องร่องท้องสวน วันๆ ดองผักหมักหญ้าจนเหม็นโฉ่ไปทั้งตัว อุ๊ย...จะอาเจียน!”
แน่นอนว่าสาลินคงไม่สะทกสะท้านกับคำครหาของคุณสร้อยเหมือนแม่กับพี่สาว และคุณสร้อยก็ตระหนักข้อนี้ดี เลยพยายามเลิกหวัง และมุ่งความสนใจไปที่การเตรียมความพร้อมให้ศรีจิตรา
และภารกิจแรกที่สาวสวยเรียบร้อยอย่างศรีจิตราต้องเจอคือการขัดผิว ซึ่งคุณสร้อยทุ่มเทมาก ขนทุกตำรับชาววังมาให้หลานสาวคนโต อุ่นเรือนเห็นหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออกของลูกสาว ก็อดสงสารไม่ได้ แต่ก็ขัดใจคุณสร้อย พี่สาวแท้ๆของสามีผู้ล่วงลับ ผู้มีพระคุณซึ่งอบรมเลี้ยงดูศรีจิตรามาตั้งแต่เด็กไม่ได้
ด้านสาลิน...ยังไม่รู้เรื่องพี่สาวถูกจับคู่ มัววุ่นวายเตรียมตัวสัมภาษณ์งานบรรณารักษ์ในห้องสมุด แต่ชุดสวยๆของสาวแสบบ้านสวนก็เปียกโชกและเต็มไปด้วยโคลน เมื่อถูกรถยุโรปคันยาวซึ่งแล่นผ่านแอ่งน้ำขังริมฟุตปาทสาดใส่!
สาลินโกรธมาก และไม่พลาดจะจดเลขทะเบียนรถเจ้าปัญหาไว้ในสมุดโน้ตที่พกติดตัวตลอด ก่อนจะแบกหน้าเลอะๆ กับชุดเปียกๆไปสัมภาษณ์งานที่ห้องสมุดประชาชนตามนัด
บราลีและลลิตา สองบรรณารักษ์สาวประจำห้องสมุด มองหน้าผู้สมัครสาวนามว่าสาลินด้วยแววตาอึ้งๆ ไม่อยากเชื่อเลยว่าจะมีใครกล้ามาสัมภาษณ์งานในสภาพเลอะเทอะแบบนี้ แต่คนทึ่งมากกว่า คงหนีไม่พ้นไนเจล บอสหรือหัวหน้าบรรณารักษ์หนุ่มชาวต่างชาติ ที่ถึงกับพูดไม่ออกเมื่อเห็นสภาพสาลิน
แต่ถึงสภาพกับชุดจะไม่สร้างความประทับใจนัก แต่ความน่ารักสดใสของสาลินก็เอาชนะใจไนเจลได้ จนบราลีกับลลิตาถึงกับแปลกใจ ว่าบรรณารักษ์สาวคนใหม่มีอะไรดี...ไนเจลถึงได้ปลื้มขนาดนี้
ooooooo
และเพื่อต้อนรับบรรณารักษ์สาวคนใหม่ ไนเจลเลยพาสาลินไปเลี้ยงกลางวันที่ร้านอาหารหรู โดยมีบราลีกับลลิตาตามมาด้วย สาวแสบบ้านสวนอดเกรงใจไม่ได้ แต่เมื่อเห็นรถยุโรปคันยาว เลขทะเบียนคุ้นๆหน้าร้าน ก็เปลี่ยนใจ แทบจะถลาเข้าไปด้านใน...อยากจะเห็นนักว่าไอ้คนขับรถไม่มีมารยาทเมื่อเช้าหน้าตาเป็นเช่นไร
เจ้าของรถยุโรปคันยาวนั้นก็คือคุณชายกิตติราชนรินทร์ หรือคุณชายรองแห่งวังวุฒิเวสม์ ราชนิกุลหนุ่มรูปงาม ท่าทางสุขุม นักการทูตหนุ่มคนดัง ขวัญใจสาวๆทั่วพระนคร...แน่นอนว่าเขายังไม่รู้ตัวว่าก่อเรื่องอะไรไว้เมื่อเช้า มัวขับรถอย่างอารมณ์ดี เพราะมีนัดทานกลางวันกับหญิงคนรัก
และหญิงคนรักของคุณชายรอง ราชนิกุลหนุ่มนักการทูตจากวังวุฒิเวสม์ ก็คือ ม.ร.ว.เทพีเพ็ญแสง รัชนีกุล หรือคุณหญิงก้อย ราชนิกุลสาวสวยคนดัง ซึ่งมารอที่ร้านอาหารหรูตั้งแต่เช้า เพราะมีนัดถ่ายแบบและให้สัมภาษณ์
วิรงรองหรือติ่ง เพื่อนสาวคนสนิทของคุณหญิงเทพีเพ็ญแสงและคอลัมนิสต์คนดัง ออกมาต้อนรับคุณชายรอง ซึ่งถึงกับยืนอึ้ง เมื่อเห็นบรรยากาศวุ่นวายของกองถ่าย เขาไม่รู้มาก่อนว่าสาวคนรักจะมีนัดถ่ายแบบวันนี้ วิรงรองก็อธิบายอะไรไม่ได้มาก นอกจากจะปล่อยให้สองหนุ่มสาวคู่รักคุยกันเอง
คุณหญิงก้อยเห็นชายคนรักก็รีบเดินมาหา หมุนตัวอวดชุดสวย ก่อนจะถามความเห็นเขา
“หญิงสวยมาก หรูหราเสียจนจะร่วมโต๊ะกลางวันกับผมได้ไหมเนี่ย”
“คุณรองขา หญิงคงไม่ใส่ชุดกรุยกรายนี้ไปลันช์ในห้องอาหารหรอกค่ะ เดี๋ยวจะหาว่าหลุดมาจากงานคาร์นิวัล”
“เสร็จงานแล้วใช่ไหมครับ จะได้ทานกลางวันกันเลย”
“ยังเลยค่ะ เหลือถ่ายอีกเซตหนึ่ง รอหญิงก่อนนะ”
“หญิงก้อย...ผมมีเวลาแค่ชั่วโมงครึ่ง ต้องรีบกลับไปกระทรวงให้ทันบ่ายสอง”
“ก็เลื่อนไปบ่ายสาม หรือลางานไปเลยสิคะ เพราะงานของหญิงก็ยังไม่เสร็จเหมือนกัน...รอนะคะ”
พูดจบก็หันไปเปลี่ยนชุดถ่ายแบบต่อ ทิ้งคุณชายรองให้มองตามด้วยความไม่ชอบใจ แต่ก็เลือกจะข่มอารมณ์หงุดหงิดไว้ ไม่อยากหาเรื่องทะเลาะให้กลายเป็นเรื่องใหญ่
อีกด้านของร้านอาหารหรู...หลังสั่งอาหารเรียบร้อย กลุ่มของสาลินก็ได้ตื่นเต้นใหญ่ เมื่อได้ยินจากบริกรว่ามีถ่ายแบบคนดัง โดยเฉพาะลลิตากับบราลี รีบวิ่งไปดูด้วยความอยากรู้อยากเห็น ไนเจลได้แต่มองตามขำๆ ก่อนจะหันมาทำตาหวานใส่สาลิน จนบรรณารักษ์สาวคนใหม่รู้สึกอึดอัด ต้องขอตัวเข้าห้องน้ำดื้อๆ
ระหว่างที่สาลินหลบไปทำใจ บราลีกับลลิตาก็ตาโตกับบรรยากาศถ่ายแบบสุดเปรี้ยวของคุณหญิงก้อย และอดไม่ได้จะไปขอลายเซ็นเป็นที่ระลึก เมื่อราชนิกุลสาวถ่ายแบบเสร็จ
“เราเป็นคนทำข่าวค่ะ ขอลายเซ็นคุณหญิงเทพีเพ็ญแสง เป็นเกียรติกับดิฉันหน่อยค่ะ”
“นักข่าวเหรอคะ ได้เลยค่ะ จากโทรทัศน์หรือสำนักพิมพ์ไหนคะ”
“อ๋อ...เซ็นตามนี้เลยนะคะ ลลิตา...บรรณารักษ์ห้องสมุดประชาชน”
คำว่าห้องสมุดทำให้คุณหญิงก้อยถึงกับชะงัก ยกเลิกการแจกลายเซ็น ก่อนร่วมกับวิรงรอง เอ็ดใส่สองสาวที่โกหกว่าเป็นนักข่าว แต่ลลิตาก็ไม่สะทกสะท้าน ย้อนกลับหน้าตายว่าไม่ใช่นักข่าว แต่ก็นำข่าวราชนิกุลสาวจากนิตยสารและหนังสือพิมพ์มาลงบอร์ดในห้องสมุดทุกวัน
คุณหญิงก้อยหัวเสียมาก เอ่ยปากไล่สองสาวจากห้องสมุด บราลีเห็นลลิตาหน้าเสีย เลยออกโรงปกป้องเพื่อนเต็มที่ ส่วนวิรงรองกลัวราชนิกุลสาวไม่พอใจ เลยวางท่าอวดเบ่งสองสาว
“รู้ไหมว่าฉันเป็นใคร ฉัน...วิรงรอง เจ้าของคอลัมน์วิรงรองซุบซิบ ฉันสามารถเขียนข่าวเล่นงานห้องสมุดของพวกหล่อนให้ปิดตายไปทั้งชาติเลยก็ได้นะ”
บราลีไม่หวั่น ตอกกลับ “โถ...คุณวิรงรองซุบซิบ นินทาเรื่องในมุ้งชาวบ้านหากินไปวันๆ อย่าอวดอ้างสรรพคุณตัวเองให้มากนักเลยค่ะ อีพวกกินบนหลังคนแบบคุณน่ะ ระวังจะลงมาจากหลังคนไม่ได้ เพราะไม่มีแผ่นดินให้เหยียบ!”
ooooooo
หลังหลบไปทำใจเรื่องไนเจลจีบในห้องน้ำพักใหญ่ สาลินก็จะกลับโต๊ะ แต่ก็ดันมีเรื่องเสียก่อน เพราะถูกเข้าใจผิดจากลูกค้าหนุ่มโต๊ะวีไอพี ที่คิดว่าเธอเป็นสาวเสิร์ฟ!
คุณชายกิตติราชนรินทร์หรือคุณชายรองแห่งวังวุฒิเวสม์ หงุดหงิดมาก เพราะไม่มีพนักงานมาต้อนรับหรือดูแลเหมือนเคย เมื่อเห็นหญิงสาวแต่งตัวสีคล้ายสาวเสิร์ฟ เลยร้องเรียกให้เอาเมนูมาให้
สาลินหันมาตามเสียง ก่อนจะย้อนถามนิ่งๆ “คุณพูดกับฉันเหรอคะ”
“แล้วจะให้ฉันพูดกับใคร ฉันนั่งมานานแล้วนะ นี่โต๊ะจองนะ บริการกันยังไง เรียกกัปตันมาให้หน่อย”
บรรณารักษ์สาวคนใหม่ไม่คิดมาก คว้าเมนูจากโต๊ะข้างๆให้ แล้วจะผละไป แต่ก็ต้องชะงัก เมื่อลูกค้าหนุ่มส่งสายตาตำหนิมาให้ พร้อมสั่งอาหารชุดใหญ่ สาลิน มองมาอึ้งๆ ทำท่าเหมือนไม่เข้าใจ จนลูกค้าหนุ่มเหลืออด
“ต้องให้ฉันลุกไปให้เธอดูเมนูอาหารงั้นใช่ไหม”
น้ำเสียงหงุดหงิดของเขาทำให้สาลินต้องยื่นหน้าไปใกล้ จนได้กลิ่นโคโลญหอมอ่อนๆที่ทำให้ใจหวิว แต่ลูกค้าหนุ่มก็ทำให้หมดอารมณ์ เมื่อเขาดันวางท่าเป็นลูกค้าจอมหยิ่ง เรื่องมาก แถมสบประมาทเธออีกต่างหาก
“นี่เธอ...เพิ่งมาทำงานใช่ไหม อาหารที่ฉันสั่งก็ไม่เห็นจดเป็นเรื่องเป็นราว จำได้เหรอ”
สาลินชักฉุน เลยแกล้งรวนกลับ “ได้มั้ง...ฉันจำเก่ง”
คุณชายรองซึ่งอารมณ์ไม่ดีเรื่องคนรักอยู่แล้ว หมดความอดทน “มารยาทเธอทรามมาก ฉันคือลูกค้าวีไอพี เธอถูกอบรมมายังไง พูดจายอกย้อนกับลูกค้า หางเสียงสักนิดก็ไม่มี ชื่ออะไร ฉันจะรายงานเจ้านายเธอเดี๋ยวนี้”
คำขู่ของเขา ไม่ได้ทำให้สาลินเดือดร้อนนัก ลูกค้าหนุ่มยิ่งโมโห จะตามกัปตันของร้านมาเอาเรื่องเธอให้ได้ บรรณารักษ์สาวได้ยินบริกรคนอื่นเรียกเขาว่าคุณชาย ก็เบ้หน้า ก่อนจะนึกสนุกอาสาไปตามกัปตันให้ แล้วแกล้งทำลนลาน แอบเอาน้ำราดบนตัวเขาได้อย่างแนบเนียน
“อุ๊ย...ขอโทษค่ะ หนูผิดไปแล้ว เดี๋ยวหนูเช็ดให้”
คุณชายรองรีบยกมือกุมเป้ากางเกง ร้องห้ามเสียงเข้ม ข่มความอายแทบแย่ที่ต้องมาเจอเรื่องแบบนี้ในร้านอาหารหรู ต่างจากหญิงสาวต้นเรื่องในชุดสีคล้ายสาวเสิร์ฟ เดินลอยนวลจากไปดื้อๆ พร้อมรอยยิ้มสะใจที่ได้เอาคืน!
ทั้งเรื่องคุณหญิงเทพีเพ็ญแสงและลูกค้าหนุ่ม คุณชายจอมหยิ่ง ทำให้สี่หนุ่มสาวจากห้องสมุดตัดสินใจกลับ ไม่อยู่กินให้เสียบรรยากาศและเสียอารมณ์ สาลินเห็นดีเห็นงามด้วย ไม่อยากอยู่รอให้คู่กรณีหนุ่มมาหาเรื่องอีก เลยรีบเดินนำออกไป พลันสายตาก็เหลือบไปเห็นรถยุโรปคันยาวที่สาดน้ำโคลนใส่เธอเมื่อเช้า
“ไอ้รถเจ้ากรรมนี่แหละ ต้นเหตุเรื่องทั้งหมด ถ้าเจ้าคนขับไม่ขับให้โคลนสาดมาเต็มตัว ฉันก็ไม่ต้องเปลี่ยนเป็นชุดสาวใช้ ไม่ต้องถูกคุณชายคนนั้นเข้าใจผิดว่าฉันเป็นสาวเสิร์ฟ แล้วมาด่าฉันสาดเสียเทเสีย”
ลลิตาได้ยินคำว่าคุณชายก็ตาลุก “อุ๊ย...คุณชายคนไหนด่าเธอเหรอ มีคุณชายอยู่ในร้านด้วยเหรอ”
“ไม่ทราบค่ะ เห็นบ๋อยเรียกคุณชาย”
ไนเจลเห็นว่าเรื่องจะไปกันใหญ่ รีบตัดบทชวนกลับห้องสมุด “ผมว่าเรารีบไปจากร้านนี้เถอะครับ เพราะพวกคุณมีเรื่องกับทั้งคุณหญิงคุณชาย พวกเจ้าทั้งนั้น ถ้าฟ้องร้องค่าเสียหาย พวกเราจะหมดตูด!”
ooooooo
ความจริงจากปากกัปตันว่าหญิงสาวคู่กรณีไม่ใช่สาวเสิร์ฟของร้าน ทำให้คุณชายกิตติราชนรินทร์หรือคุณชายรองหน้าแตกละเอียด แถมหัวเสียไม่น้อย ต้องเสียเวลาไปทำให้กางเกงแห้งอยู่นาน
คุณหญิงเทพีเพ็ญแสงหรือคุณหญิงก้อยถ่ายแบบเสร็จพอดี จึงมานั่งร่วมโต๊ะ อดขันไม่ได้ เมื่อได้ยินว่าชายคนรักมีเรื่องกับหญิงสาวแปลกหน้าเพราะความเข้าใจผิด จนทำให้กางเกงเปียก ต้องซักรีดใหม่ แต่คุณชายรองไม่ขำด้วย ขอตัวกลับกระทรวงดื้อๆ เพราะมีนัดประชุมสำคัญ ราชนิกุลสาวเลยตะบึงตะบอนใส่
“อะไรกัน ใจคอคุณจะให้หญิงทานคนเดียวเหรอคะ”
“ผมบอกแล้วไงว่าผมต้องกลับไปทำงาน วันนี้มีประชุมสำคัญด้วย”
“ดูคุณรองให้ความสำคัญกับงานมากกว่าหญิงเสียอีก”
“เปล่า...แต่สำหรับเจ้าหน้าที่การทูต การตรงต่อเวลาเป็นเรื่องสำคัญที่สุด”
คุณหญิงก้อยไม่พอใจมาก เริ่มรวน “ความผิดของหญิงใช่ไหม”
คุณชายรองส่ายหน้า “หญิงน่าจะบอกให้ผมทราบก่อนเรื่องถ่ายแบบ ถ้ารู้แต่แรกคงไม่นัดทานกลางวันแบบนี้”
“ได้ค่ะ...มันเป็นความผิดของหญิง การอยากจะเซอร์ไพรส์คุณชาย กลายเป็นความผิดมหันต์”
“ไม่ใช่อย่างนั้นเทพีเพ็ญแสง”
คุณหญิงก้อยเหยียดยิ้มเย็น “มันเป็นอย่างนั้น... คุณชายกิตติ หญิงไม่รบกวนเวลาอันมีค่าของคุณชายแล้วค่ะ เชิญกลับไปทำงานได้ เพราะหญิงก็จะกลับแล้วเหมือนกัน!”
พูดจบก็สะบัดหน้าหนี ทิ้งคุณชายรองให้มองตามด้วยแววตาอ่อนใจ อยากตามไปง้องอนเหมือนเคย แต่ ก็ติดประชุมสำคัญ จนไม่เหลือเวลาจะคิดเรื่องอื่นแล้ว
คุณชายรองไม่ได้ตามง้อจริงๆ คุณหญิงก้อยเลยยิ่งเคือง และกลับไปอาละวาดที่วังรัชนีกุล โดยมีหม่อมวาณี มารดาซึ่งรักเธอปานแก้วตาดวงใจตามปลอบประโลมไม่ห่าง ม.ร.ว.ศศิรัชนี รัชนีกุล หรือคุณหญิงกลาง พี่สาวคุณหญิงก้อย ได้แต่มองท่าทางเอาแต่ใจของน้องสาวด้วยแววตาเอือมระอา แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ นอกจากทำใจ
เย็นวันเดียวกันที่บ้านสวน...สาลินหอบกระเป๋าและถุงเสื้อผ้ามานั่งหน้างอ ยกมือไหว้คุณตาคุณยาย ก่อนจะสาธยายถึงเรื่องวุ่นวายตลอดทั้งวัน ไล่ตั้งแต่เรื่องเสื้อชุดใหม่เอี่ยมเตรียมสัมภาษณ์ถูกน้ำโคลนสาด จนต้องเปลี่ยนเป็นชุดแม่บ้านห้องสมุด จนถูกเข้าใจผิดคิดว่าเป็นสาวเสิร์ฟ!
คุณตาคุณยายสนใจแค่เรื่องงานของหลานสาว และเมื่อได้ยินว่าได้งานสมใจ ก็ไม่เห็นเรื่องอื่นสำคัญ
“ได้งานแล้วแม่มานั่งทำหน้างอคอคอดทำไมยะ”
“ก็เพราะชุดแม่บ้านนี่แหละคุณยาย ทำให้อีตาคุณชายทำท่าโก้คนหนึ่งคิดว่าหนูเป็นสาวเสิร์ฟ”
“อ้าว...ก็เราแต่งชุดนี้ คนเขาก็เข้าใจผิดเป็นธรรมดา”
“คุณตาขา...หนูสาวออกอย่างนี้ บอสยังชมเลยว่าหนูอยู่ในชุดแม่บ้านก็ยังสวย อีคุณชายตาต่ำแยกไม่ออก”
“ย่ะ...แม่ตาสูง รีบไปเปลี่ยนชุดเถอะ เดี๋ยวฉันจะแยกแยะไม่ออกอีกคนจะใช้หล่อนไปล้างนังมอม”
สาลินขยับตัวจะไปทำตามที่คุณยายสั่ง แต่ก็อดเข่นเขี้ยวในใจไม่ได้
“อย่าให้เจอนะทั้งนายคุณชาย ทั้งอีตาคนขับรถนั่น!”
ooooooo
คุณตาคุณยายทำพิธีไหว้บรรพบุรุษตามประเพณีคนจีนซึ่งยึดถือมานานในวันต่อมา อาหารคาวหวานมากมายถูกจัดวางอย่างเป็นระเบียบบนโต๊ะยาวซึ่งตั้งไว้กลางแจ้ง สาลินกับแกะลูกสมุนเอกไม่ได้ช่วยอะไรมาก นอกจากยืนดูห่างๆ และรอคอยเวลาธูปหมด จะได้เอาของไหว้มากินให้อิ่มหนำเหมือนเคย
สองตายายได้แต่ส่ายหน้าขำๆ อ่อนใจเหลือเกินกับความทโมนและความแสบของสาลิน แต่ก็ไม่ได้เดือดเนื้อร้อนใจอะไรมาก นึกเอ็นดูด้วยซ้ำ เพราะรู้แน่ว่าเนื้อแท้หลานสาวคนนี้จิตใจดีแค่ไหน
“แม่คุณ...ไปเร่งเจ้าท่าน ระวังให้ดีเถอะ ท่านจะมาหักคอ”
“แหมคุณยายขา...หักทำไมคะคอหนู หักคอเป็ดดีกว่า แล้วคุณยายจะให้เอาอะไรไปบ้านโน้นบ้างล่ะคะ”
“แม่ศรีชอบขนมเทียน แม่หนูน่ะชอบฟักเชื่อม”
“ที่หนูห่วงไม่ใช่ของโปรดแม่กับพี่ศรีหรอกค่ะ แต่หนูห่วงว่าจะเอาอะไรไปถึงจะสมพระยศพระเกียรติคุณป้าต่างหาก คราวก่อนเอาไปให้น้อยหน่อย ยังโดนคุณป้ากระทบกระเทียบเปรียบเปรยตั้งนาน”
คุณตาคุณยายมองหน้ากันยิ้มๆ ก่อนจะปลอบให้หลานสาวคนเล็กทำใจ ที่ต้องมีญาติเป็นตระกูลผู้ดีเก่าอย่างคุณสร้อยกับคุณสอางค์ ซึ่งก็พิธีมากไปอย่างนั้นเอง แต่ไม่ได้หวังหรือเจตนาร้ายอะไรเลย...
ข่าวเรื่องเสด็จพระองค์หญิงทาบทามหลานสาวคนโตของคุณสร้อยให้คุณชายดิเรกราชวิทย์ หรือคุณ
ชายโตแห่งวังวุฒิเวสม์ รู้ถึงหูหม่อมอำพันจนได้ ยินดีปรีดาเป็นอย่างยิ่ง ที่ลูกชายคนโตได้รับพระเมตตา นมย้อยซึ่งแวะมาคุยด้วยเพื่อหยั่งเชิง ไม่ค่อยเห็นด้วยนัก แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ นอกจากพูดอ้อมๆ
“อิฉันคิดว่าเสด็จทรงโปรดคุณชายรองอย่างกับอะไรดี”
“ก็ทรงเลี้ยงมาก็คงโปรดหรอก แต่ก็คงโปรด
ชายโตมากกว่า เพราะชายโตน่ะน่ารัก เข้าหาผู้หลักผู้ใหญ่ได้ไม่มีที่ติ แต่ชายรองน่ะมัวแต่ทำขรึม วางท่าเป็นนักเรียนอังกฤษ จะพูดอะไรทีทำยังกับกลัวดอกพิกุลร่วง”
“แหม...ไม่ถึงขนาดนั้นหรอกค่ะหม่อม”
“อีกอย่าง...เสด็จคงทรงเห็นว่าตารองมีคู่หมั้นคู่หมายอยู่แล้ว แม่หญิงก้อยนั่นไงล่ะ ไม่ได้ตัวเปล่าเหมือนชายโต”
จรวยซึ่งรับหน้าที่บีบนวดให้หม่อมอำพัน ได้ยินก็ของขึ้น ลงแรงมือมากกว่าที่เคย จนหม่อมร้องเสียงหลง แต่ไม่ทันโดนเอ็ด เสียงรถยนต์สองคันของคุณชายโตกับคุณชายรองก็ดังขึ้นเสียก่อน
จรวยถลาไปต้อนรับคุณชายโตด้วยสีหน้าแช่มชื่นอย่างปิดไม่มิด คุณชายรองซึ่งหอบหิ้วกระเป๋าและเอกสารมากมาย แต่ไม่มีใครมาต้อนรับ อดมองไปทางพี่ชายด้วยแววตาเหนื่อยใจไม่ได้ แต่ก็ทำอะไรไม่ได้มาก นอกจากขอเวลาส่วนตัวพี่ชายคืนนี้ เพื่อพูดบางอย่างให้จบเสียที
นมย้อยมองจากด้านในตำหนักเล็ก เห็นทุกอย่าง ก็ได้แต่ส่ายหน้าอ่อนใจ และอดเปรยถึงคุณชายเล็ก หรือคุณชายบดินทราชทรงพล หนุ่มหล่อเจ้าสำราญประจำตำหนักเล็กไม่ได้
หม่อมอำพันได้ยินชื่อลูกชายคนเล็ก ก็นึกหงุดหงิด “ไปคิดถึงมันทำไม ฉันห้ามไม่ให้มันไปเมืองนอก มันก็ไม่ฟัง ดิ้นรนจะไปเองจนได้ ดีไม่ดี ป่านนี้กลายเป็นไอ้จิ๊กโก่โร่ ได้นังแหม่มเป็นเมียกี่โขลงแล้วก็ไม่รู้”
“อุ๊ย...ไม่หรอกค่ะ คุณเล็กเธอเป็นคนใฝ่ดีจะตาย”
“นี่นมย้อย...ว่าฉันเลี้ยงลูกลำเอียงหรือ”
นมย้อยเกือบตอบว่าใช่ แต่สองคุณชายและจรวยมาถึงห้องโถงเสียก่อน เลยลุกไปต้อนรับทักทายเหมือนเคย หม่อมอำพันลูบหัวลูบหลังคุณชายโตด้วยความเอ็นดู โดยมีสายตาของคุณชายรองมองมาด้วยความน้อยใจ จนนมย้อยทนไม่ไหว ต้องเข้าไปเอาน้ำในครัวและมาพูดคุยด้วยเหมือนเคย
ท่าทางสนิทสนมของจรวยกับคุณชายโตเป็นไปตามที่นมย้อยเคยบอกอย่างไม่ต้องสงสัย คุณชายรองได้แต่มองตามด้วยสีหน้าหนักใจ...เห็นทีจะต้องเร่งพูดจากับพี่ชายให้รู้เรื่อง ก่อนที่ทุกอย่างจะสายไป
ooooooo
สาลินหอบข้าวของไหว้ไปหาแม่กับพี่สาวถึงบ้านราชดำริในเย็นวันเดียวกัน อุ่นเรือนกับศรีจิตราดีใจมาก ได้เจอหน้าสาวแสบบ้านสวน ต่างจากคุณสร้อย ซึ่งตั้งตัวเป็นไม้เบื่อไม้เมากับหลานสาวคนเล็กมาตลอด
“หล่อนเองหรือยะ แม่ลำโพงงานวัด มาทีเสียงดังไปสามบ้านแปดบ้าน”
“แหม...บ้านแถวนี้ที่กว้างเป็นไร่ อย่างเก่งก็ได้ยินแค่หลังถัดไป ไม่ถึงแปดบ้านหรอกค่ะ”
คุณสร้อยค้อนตาคว่ำ อยากจะหยิกหลานสาวคนเล็กให้เนื้อเขียว แต่ก็ต้องข่มอารมณ์ไว้
“แล้วนี่ขนอะไรมา ไหว้เจ้าไหว้ก๋งองค์ไหนกันยะ”
“หนูก็ไม่ทราบเหมือนกันค่ะ แต่ว่าไหว้กี่อย่างก็ขนมาให้คุณป้าหมดเลยค่ะ”
พูดจบก็ยกชะลอมผลไม้และถุงข้าวของไหว้มาอวด กลิ่นหอมของอาหารคาวหวาน และสีสันสดใสของผลไม้จากสวน ทำให้คุณสร้อยกลืนน้ำลายดังเอื๊อก ก่อนจะกลบเกลื่อน ทำท่าเหม็นเบื่อ
“แต่ก็อย่างว่า ของไหว้ก็เท่านี้ ซ้ำๆซากๆ ซ้ำยังขนมาท่วมหัวท่วมหู”
อุ่นเรือนส่งสายตาปรามลูกสาว ก่อนจะพยายามไกล่เกลี่ย ให้นำไปแจกเพื่อนบ้าน คุณสร้อยนึกขวาง แหวลั่นด้วยความลืมตัว ออกอาการเป็นหวงข้าวของทันที
“เรื่องอะไร เดี๋ยวเขาจะหาว่าประจบประแจง พวกนั้นน่ะ ท้องยุ้งพุงกระสอบ ของแค่นี้ไม่ครนามันหรอก”
บรรดาสาวใช้ในบ้านมองหน้ากันงงๆ ก่อนจะหัวเราะ ไม่ถือสาหาความเจ้านายสาว ที่ช่างค่อนแคะแดกดันไปตามประสา เช่นเดียวกับสาลิน กลั้นยิ้มแทบแย่เมื่อเห็นท่าทางขี้หวงของป้า อยากจะแหย่ให้หายคิดถึงอีกหลายยก แต่ก็ต้องเบิกตาโพลงเสียก่อน เมื่อเห็นศรีจิตราเดินออกจากกระโจมอบผิว
“อุ๊ย...พี่ศรีเป็นอะไรคะ ตัวเหลืองอย่างกับสูบฝิ่น”
ศรีจิตรายิ้มเจื่อน อธิบายเสียงอ่อน “พี่เพิ่งออกจากกระโจมอบตัว เหลืองนี่เหลืองขมิ้นยายสา”
สาลินคว้ามือพี่สาวมาดม ก่อนจะหัวเราะ “พี่ศรีกลิ่นเหมือนไก่ย่างหน้าสถานีเลย”
คุณสร้อยไม่ขำด้วย เอ็ดลั่น “ดูปากมัน แม่คนนี้ ของดีว่าเน่า ขี้เต่าว่าหอม พี่สาวหล่อนน่ะ เขาต้องอบร่ำตามตำรับชาววัง เพราะอีกหน่อยก็ต้องถวายตัวเข้าวังเสด็จแล้ว”
สาลินตาโต “ถวายตัว เข้าวังทำไมคะ”
“จะทำไม ก็ไปเตรียมตัวให้พร้อมน่ะสิ”
“เตรียมตัวให้พร้อม พร้อมทำไมคะ”
“ก็พร้อมจะเป็นสะใภ้จ้าวน่ะสิยะ ไม่เหมือนนังบางคน อย่างดีก็เป็นได้แค่สะใภ้ไพร่!”
ooooooo
คุณชายกิตติราชนรินทร์หรือคุณชายรองแห่งวังวุฒิเวสม์ นั่งมองเวลาในห้องอย่างใจเย็น ก่อนจะลุกไปคุยกับพี่ชายตามนัด แต่กลับต้องถอยแทบไม่ทัน เมื่อแอบเห็นจรวยเข้าไปในห้องพี่ชาย...
คืนเดียวกันที่บ้านราชดำริ...สาลินอยู่ค้างกับแม่และพี่สาว เบื่อจะเล่าเรื่องงานของตนเต็มที แต่อยากรู้เรื่องคู่หมั้นคู่หมายของพี่สาว ราชนิกุลหนุ่มจากวังวุฒิเวสม์มากกว่า
“คุณชายคนไหนคะ ที่จะมาเป็นคู่หมายของพี่ศรี”
“พี่ก็ยังไม่รู้เลยว่าคนไหน”
“หา...แล้วจะแต่งกันไปได้ยังไง”
“ก็อีกหน่อย คงจะได้เจอตัวทำความรู้จักกัน”
“โธ่...ใครก็ไม่รู้ หน้าตายังไงก็ไม่รู้ ถ้าเกิดปากเบี้ยว ตาเหล่ ฟันเหยินล่ะ”
อุ่นเรือนกับศรีจิตรายิ้มขัน อ่อนอกอ่อนใจเหลือเกินกับวาจาเปรียบเปรยของสาลิน ต่างจากคุณสร้อย ซึ่งผ่านมาได้ยินโดยบังเอิญ ถึงกับหูผึ่งและแทบเต้นเมื่อได้ยินคำพูดแดกดันของหลานสาวคนเล็ก
“ถึงแม่กับพี่ศรีจะบอกว่าคุณชายวังนั้นงามกันทุกคน...แต่นิสัยใจคอล่ะคะ ถ้าเกิดใจทมิฬหินชาติ หรือขี้เหล้าเจ้าชู้เป็นไฟ หรือว่ามีเมียเก็บซุกไว้แล้วละคะ”
ในที่สุดสร้อยก็ทนไม่ไหว ต้องโผล่ไปแหวใส่หลานสาวคนเล็ก “ว้าย...นังสู่รู้ ไปว่าคุณชายเขา พี่เราน่ะเขาจะได้เป็นสะใภ้จ้าว แทนที่จะดีใจ ติดใบบุญพี่เขาไปอบร่ำเป็นผู้ดิบผู้ดีชาววัง กลับมาเสี้ยมพี่สาวไม่ให้แต่งเสียนี่”
“คุณป้าขา...หนูไม่อยากไปอบร่ำเป็นชาววังหรอกค่ะ เจ้าเดี๋ยวนี้ขายวังกินถมถืดไป อีกอย่าง...นี่มันยุคอวกาศแล้วนะคะ มันหมดยุคคลุมถุงชนแล้ว”
“แม่อุ่น...ดูลูกสาวหล่อนนะ นี่คงอ่านหนังสือพวกหัวรุนแรงมาแน่ๆ ถึงได้มีความคิดขวางโลกแบบนี้”
“สาไม่ได้ขวางโลก แต่สาเชื่อว่าคนเราแต่งงานกัน ก็ต้องแต่งกันเพราะความรัก ไม่ใช่ถูกบังคับแต่ง”
“แหม...แม่หัวสมัย แก่แดดนักนะ รู้จักด้วยเหรอความรักน่ะ”
“ก็อ่านในหนังสือไงคะ”
“อ้อ...นิยายประโลมโลกทั้งนั้น ไม่ต้องมาเถียงฉัน ฉันน่ะผ่านร้อน ผ่านหนาว ผ่านโลกมามากกว่าแก”
“แล้วคุณป้ารู้จักความรักด้วยเหรอคะ”
คุณสร้อยอ้าปากค้าง เพราะตัวเองก็เป็นสาวโสดไม่ได้แต่งงาน อุ่นเรือนกลัวจะเป็นเรื่อง ร้องสั่งให้ลูกสาวคนเล็กขอโทษพี่สาวสามี แต่คุณสร้อยก็โบกมือห้ามเสียก่อน
“ไม่ต้องขอโทษ แต่ฉันจะสำเร็จโทษมัน ไม้เรียวอยู่ไหน ไม้แขวนเสื้อก็ได้!”
จบคำก็คว้าไม้แขวนเสื้อใกล้มือไล่ตีสาลิน แต่สาวแสบบ้านสวนก็ไวเหลือเชื่อ หนีไปได้ทุกครั้ง จนคุณสร้อยถอดใจ ล้มเลิกความคิดจะลงโทษหลานสาวคนเล็ก อุ่นเรือนโกรธมาก ร้องเรียกให้ลูกสาวคนเล็กเอ่ยคำขอโทษ สาลินรู้สึกผิดไม่น้อย จึงยอมคลานมากราบใกล้ๆ แต่ไม่วายเถียงแทนพี่สาว
“แต่แหม...หนูเห็นว่าเราเข้ายุคอวกาศไปเดินดวงจันทร์กันแล้ว ทำไมเรายังติดธรรมเนียมโบราณกันอยู่”
“อย่ามาเห่อเรื่องเหยียบดวงจงดวงจันทร์เลยเขาเหยียบกันมานมนานกาเลแล้ว”
สาลินทำหน้างงๆ คุณสร้อยก็ตกหลุมพราง อธิบายเสียงห้วน “จะใคร...ก็คนไทยน่ะสิ เราถอดจิตไปดวงจันทร์ ดวงอาทิตย์มาแต่ไหนแต่ไร อย่าได้เห่อเชื่อฝรั่งมันเชียว”
สามแม่ลูกกลั้นหัวเราะกันแทบแย่ ปล่อยให้คุณสร้อยโอ่เรื่องวาสนาของศรีจิตราด้วยความภาคภูมิใจ
“ยายศรีน่ะ ได้เป็นสะใภ้วังวุฒิเวสม์ก็เพราะฉัน ฉันอบรมขัดเกลายายศรีมากับมือ จนเป็นผู้รากมากดี เป็นแม่ศรีเรือน เสด็จทรงเล็งเห็นถึงได้ทรงเลือกยายศรี”
“เป็นพระคุณเหลือเกินค่ะ แล้วตกลงพี่ศรีจะเป็นคู่หมายใครคะ”
“คุณชายโตไงยะ เป็นข้าราชการอนาคตไกล ต่อไปก็จะได้เป็นคุณชายปลัด เป็นคุณชายเจ้ากระทรวง โก้หร่าน เหมาะกับยายศรีราวกิ่งทองใบหยก”
คุณสร้อยวาดฝันคนเดียวอย่างมีความสุข โดยมีสามแม่ลูกมองมาอึ้งๆ ถึงบางอ้อสักทีว่าว่าที่คู่หมั้นของศรีจิตรา ก็คือคุณชายดิเรกราชวิทย์ หรือคุณชายโตแห่งวังวุฒิเวสม์นั่นเอง!
ooooooo
หลังชวดคุยกับพี่ชายเมื่อคืน เพราะถูกจรวยตัดหน้าเข้าไปบำเรอสวาทก่อน คุณชายกิตติราชนรินทร์ หรือคุณชายรองแห่งวังวุฒิเวสม์ก็ตัดสินใจพูดเรื่องหมั้นหมายกับพี่ชายในเช้าวันรุ่งขึ้น
คุณชายดิเรกราชวิทย์หรือคุณชายโตถอนใจเฮือกใหญ่ เมื่อน้องชายคนรองเสนอให้เลิกกับจรวย และเตรียมตัวแต่งงานกับเจ้าสาวที่เสด็จพระองค์หญิงจัดหาให้
“นายจะให้ฉันไปรักกับยายหลานสาวคุณสอางค์อะไรนั่น ทั้งๆที่ไม่เคยเห็นหน้าค่าตางั้นหรือ”
“พี่จะขัดพระประสงค์ของเสด็จหรือครับ”
“ฉันยอมแต่ง แต่ฉันก็ต้องมีเมียรองไว้ปรนนิบัติส่วนตัวฉันเหมือนกัน”
คุณชายรองถึงกับกุมขมับ แต่ยังพยายามเจรจาอย่างใจเย็น “หมายความว่าพี่จะไม่เลิกกับจรวย...ถ้าอย่างนั้นผมเห็นว่าพี่ก็ควรกราบทูลความจริงเด็จป้าทั้งหมด เรื่องการหมั้นหมายจะได้ล้มเลิกไป”
“ชายรอง...เรื่องนี้ให้เป็นหน้าที่พี่ตัดสินใจดีกว่านะ ถึงเสด็จจะทรงมอบหมายให้นายเป็นคนดูแลคนในตำหนักเล็ก แต่ไม่ได้หมายความว่านายจะมาควบคุมเรื่องส่วนตัวของพี่ได้”
ขาดคำจรวยซึ่งแอบฟังตลอด ก็ถลาออกไปพร้อมรองเท้าขัดใหม่เอี่ยมในมือ คุณชายรองหัวเสียมาก ที่สาวใช้เจ้าปัญหาโผล่มาขัดจังหวะ แต่ก็ทำได้แค่ฮึดฮัดจากไป ทิ้งคุณชายโตให้มองไปทางสาวใช้ทรงอวบอย่างรู้ทัน
“ตั้งใจใช่ไหมเนี่ย...เธอนี่ร้ายไม่ใช่เล่น”
จรวยวางรองเท้า ก่อนโผกอดเขาแน่น “ไม่มีใครมาพรากจรวยไปจากคุณชายได้หรอกค่ะ”
การเจรจากับพี่ชายล้มเหลวไม่เป็นท่า ทำให้คุณชายกิตติราชนรินทร์หรือคุณชายรองหงุดหงิด แต่ก็ต้องพยายามข่มอารมณ์ ปรับสีหน้าให้เข้าที่เข้าทาง เพราะต้องไปง้องอนหญิงคนรักถึงวังรัชนีกุล
คุณหญิงศศิรัชนีหรือคุณหญิงกลาง พี่สาวคนเดียวของคุณหญิงเทพีเพ็ญแสง หรือคุณหญิงก้อย รีบมาต้อนรับราชนิกุลหนุ่ม ก่อนจะผายมือให้เข้าไปด้านใน ที่ซึ่งน้องสาวจอมเอาแต่ใจของตนนั่งเล่นอยู่
คุณหญิงก้อยแกล้งโกรธได้ไม่นาน ก็ต้องใจอ่อน เมื่อเจอลูกอ้อนของชายคนรัก
“ได้โปรดเข้าใจผมด้วยนะครับ เรื่องการตรงต่อเวลาเป็นเรื่องสำคัญมากสำหรับนักการทูต”
“หญิงเข้าใจค่ะคุณรอง แต่คุณรองทำเหมือนหญิงไม่มีหัวจิตหัวใจ ไม่แคร์ความรู้สึกของหญิงเลย”
“ใครว่า...หญิงก้อยคือคนที่ผมแคร์มากที่สุด แต่หญิงต้องเข้าใจด้วยว่าถ้าเราแต่งงานกัน หญิงคือภริยาท่านทูตในอนาคต มีหน้าที่ต้องสนับสนุนงานของสามีในทุกๆด้าน หญิงจะเอาตัวเป็นที่ตั้งแบบนี้ไม่ได้”
คุณหญิงก้อยชะงัก ความโกรธพลุ่งพล่านขึ้นอีกครั้ง แต่ก็ต้องพยายามระงับ และตั้งใจฟังสิ่งที่เขาพูด
“หญิงต้องตามผมไปอยู่ต่างประเทศ และอาจจะย้ายไปหลายประเทศด้วยซ้ำ หญิงต้องปรับตัวให้เข้ากับผู้คน หรือสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนไปให้ได้ เข้าใจใช่ไหมครับ”
“ค่ะ...เข้าใจค่ะ หญิงต้องหมุนไปตามโลกของคุณชายท่านทูต”
“ไม่เอาน่ะ อย่าพูดประชดแบบนี้ หญิงต้องเลิกทำตัวเหมือนเด็กๆที่ต้องให้ใครต่อใครมาพะเน้าพะนอเอาใจตลอดเวลา หญิงเป็นผู้ใหญ่แล้วนะครับ”
คุณหญิงก้อยข่มความไม่พอใจอย่างสุดความสามารถ ก่อนจะปั้นหน้ายิ้มแย้ม เมื่อชายคนรักเกริ่นถึงเรื่องแต่งงาน พร้อมกับมอบแหวนเกลี้ยงมีหัวฝังพลอยซึ่งเขาใส่ติดตัวเสมอให้
“นี่ยังไม่ใช่แหวนหมั้น แต่เป็นแหวนที่ผมรักมากที่สุด ขอให้แหวนนี้เป็นแหวนแทนใจผม”
“นี่แหวนผู้ชายนี่คะ”
“แหวนนี้ท่านพ่อทรงสวมติดนิ้วเสมอ แล้วท่านพ่อประทานให้ผมก่อนท่านสิ้น”
ooooooo
แหวนแทนใจของคุณชายกิตติราชนรินทร์ ไม่ได้ทำให้คุณหญิงเทพีเพ็ญแสงซาบซึ้งใจ แต่ทำให้อึดอัดมากกว่า เพราะเหมือนเป็นการผูกมัดแบบสมถะที่เธอแสนจะไม่ชอบ วิรงรองรู้นิสัยใจคอเพื่อนสาวดี แต่ก็ไม่อยากให้คิดมาก เพราะราชนิกุลหนุ่มก็มีดี เป็นถึงว่าที่ท่านทูตอนาคตไกล
“ภริยาทูตงั้นหรือ ตกลงแต่งงานกันไป ฉันต้องกลายเป็นยายเมียทูต เดินตามผัวต๊อกๆ ไปอยู่ประเทศโน้น ประเทศนี้ ต้องทำพินอบพิเทากับทุกคนทุกสังคมที่ผัวพาไปรู้จัก”
“นั่นแหละหน้าที่ภริยาผู้เพียบพร้อม เธอไม่ต้องการหรอกเหรอ”
“แล้วชีวิตฉันอยู่ที่ไหนล่ะ ฉันก็อยากมีชีวิตของฉันเองบ้างสิ นี่มันยุคเสมอภาคทางเพศแล้วนะ”
“หญิงก้อยขา หัวสมัยใหม่มากไม่ได้นะคะ เพราะหญิงกำลังจะแต่งงานกับผู้ชายหัวเก่าอย่างคุณชายรอง”
คุณหญิงก้อยส่ายหน้าเนือยๆ เบื่อและเซ็งเต็มทีกับจารีตและขนบธรรมเนียมบ้าๆของประเทศบ้านเกิด ที่ทำให้เธอสูญเสียอิสรภาพ วิรงรองเห็นใจราชนิกุลสาวมาก เลยคิดช่วยด้วยการชวนไปปาร์ตี้แก้เครียดกับกลุ่มเพื่อนของเธอ
กลุ่มเพื่อนของวิรงรองประกอบด้วย อัศนีย์ เถลิงการ เศรษฐีหนุ่มรูปหล่อพ่อรวย จิตติณ หนุ่มสังคมผู้รักสนุก จิตริณี นักเรียนนอกคนสวย ซึ่งแอบรักอัศนีย์มานาน...ทั้งหมดรวมตัวกันเป็นครั้งแรก หลังกลับจากเมืองนอกเมื่อไม่กี่วันก่อน และคืนนี้วิรงรองก็นัดเดตอัศนีย์ ให้แก่คุณหญิงเทพีเพ็ญแสงหรือคุณหญิงก้อย สาวสังคมคนดังแห่งพระนคร
การเจอกันครั้งแรกของอัศนีย์กับคุณหญิงก้อยร้อนแรงกว่าที่คิด สองหนุ่มสาวเต้นรำคลอเคลียไม่ห่าง และพลอดรักในมุมลับตาแบบไม่สนใจใคร แต่ก็หนีไม่พ้นสายตาศุภร เพื่อนหนุ่มคนสนิทของคุณชายกิตติราชนรินทร์หรือคุณชายรอง ซึ่งไม่รอช้า รีบโทร.บอกราชนิกุลหนุ่มให้รีบออกมาดูพฤติกรรมของหญิงคนรัก
คุณชายรองหัวเสียมาก ต้องดื่มเหล้าย้อมใจ เมื่อทราบจากคุณหญิงศศิรัชนีหรือคุณหญิงกลางว่าคุณหญิงก้อยอ้างชื่อเขาไปเที่ยวกลางคืน และเมื่อศุภรโทร.บอกเรื่องพฤติกรรมของเธอในไนต์คลับ ราชนิกุลหนุ่มก็มีสีหน้าเหมือนคนอกหัก จนนมย้อยสังเกตเห็น และพยายามคะยั้นคะยอให้ระบายความอึดอัดใจ
“คุณน่ะผิดกับคุณชายเล็กจริงๆ รายนั้นมีอะไรก็เล่าหมด แต่คุณน่ะชอบเก็บไว้กับตัว แล้วก็เครียดคนเดียว”
“ผมไม่อยากให้ใครเป็นภาระนี่ครับ”
“ไม่ใช่ภาระอะไรเลย ถ้าคุณระบายออกมาเสียบ้าง ก็ไม่ต้องแบกภาระหนักอึ้งไว้คนเดียว”
“นมครับ...ผมกำลังสงสัยว่าหญิงก้อยรักผมบ้างไหม”
นมย้อยตอบแทนไม่ได้ คุณชายรองเลยหอบสภาพเมาแอ๋ไปหาคำตอบเอง ด้วยการตามไปดูให้เห็นกับตาที่ไนต์คลับ โดยมีศุภรตามประกบ และภาพบาดตาระหว่างหญิงคนรักกับหนุ่มหล่อพ่อรวย ก็ทำให้ราชนิกุลหนุ่มของขึ้น อาละวาดหนักเพราะฤทธิ์น้ำเมา ก่อนจะพยายามลากคุณหญิงก้อยไปคุยกันให้รู้เรื่อง
อัศนีย์โกรธมากที่ถูกหยาม ทำท่าจะมีเรื่องชกต่อย ศุภรเลยรีบเข้าขวางแทนเพื่อนรัก ก่อนจะประกาศลั่นว่าคุณหญิงก้อยเป็นคนรักของคุณชายรองแห่งวังวุฒิเวสม์ แต่หนุ่มหล่อพ่อรวยก็ไม่สนใจ สวนกลับ
“จะชายรอง หรือชายกระโปรงที่ไหน หรือใครมันจะรักใคร ฉันไม่สน ถ้าคุณหญิงไม่อยากไปกับไอ้คนนี้ แล้วมาใช้กำลังบังคับแบบนี้ ฉันถือว่าฉันปกป้องคุณหญิงโว้ย”
ศุภรทนไม่ไหว แหวลั่นปกป้องศักดิ์ศรีเพื่อนหนุ่มราชนิกุล “เฮ้ย...ให้คนที่เขาเป็นแฟนกันปกป้องกันเองดีกว่านะ โดยเฉพาะปกป้องจากไอ้พวกแย่งแฟนคนอื่นหน้าด้านๆน่ะ!”
ooooooo
สมัครสมาชิก:
ความคิดเห็น (Atom)